construction phuket

ก่อสร้าง ภูเก็ต

Archives September 2022

เหล็กสำหรับก่อสร้าง มีทั้งหมดกี่รูปแบบ ใช้สำหรับงานใดบ้าง

เหล็กสำหรับก่อสร้าง มีทั้งหมดกี่รูปแบบ ใช้สำหรับงานใดบ้าง เหล็กเป็นโลหะผสมของธาตุเหล็ก โดยมีสารเติมแต่งอื่นๆ เช่น คาร์บอน แมงกานีส และอื่นๆ ในปริมาณเล็กน้อย ซึ่งถูกมนุษย์นำไปใช้ในด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะในการก่อสร้าง เหล็กมีหลายประเภทและมีคุณสมบัติแตกต่างกันซึ่งสามารถแบ่งออกเป็นสองประเภทหลัก: “เหล็กหล่อ” และ “เหล็กกล้า”

เหล็กสำหรับก่อสร้าง

เหล็กหล่อ (Cast Iron)
เหล็กเป็นรูปแบบหนึ่งของการทําให้เป็นแร่เหล็กผสมกับองค์ประกอบอื่น ๆ และหล่อในรูปแบบต่าง ๆ มีคุณสมบัติทั้งที่เป็นของแข็งและเปราะ แต่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ในรูปแบบอื่น มันแบ่งออกเป็นหลายประเภทเช่นเหล็กหล่อสีขาว เหล็กหล่อสีเทา เหล็กหล่ออ่อน ฯลฯ

เหล็กกล้า (Steel)
เป็นเหล็กที่มีความเหนียวและยืดหยุ่นสูง ดังนั้นจึงเป็นเรื่องปกติมากกว่าเหล็กหล่อที่จะใช้ในสองประเภทคือ “เหล็กกล้าคาร์บอน” และ “โลหะผสมเหล็ก” โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมและการก่อสร้างต่างๆ
เหล็กยอดนิยมสําหรับใช้ในอุตสาหกรรมมีสามประเภทหลัก: “เหล็กเส้นคอนกรีต”, “เหล็กหล่อ” และ “ลวดเหล็ก”

เหล็กเส้นคอนกรีต (Reinforced concrete หรือ Ferro concrete)
คอนกรีตคอนกรีตเป็นเหล็กเส้นที่ใช้เป็นส่วนประกอบของโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก โดยปกติจะเป็นเหล็กประเภทเส้นหรือประเภทตะแกรงชนิดหนึ่ง ฝังในลักษณะที่เหล็กและคอนกรีตเข้าด้วยกันสามารถทนต่อแรงต่าง ๆ ที่มีอยู่ในคอนกรีตสามารถแบ่งออกเป็นสองประเภทหลัก:“เหล็กเส้นกลม” (Round Bar) และ “เหล็กข้ออ้อย” (Deformed Bar)

เหล็กเส้นกลม (Round Bar)
เหล็กเส้นกลมเป็นเหล็กเส้นที่มีพื้นที่หน้าตัดในรูปของรูปทรงกลม มีพื้นผิวเรียบตาม มอก. 20-2527 ทําจากเหล็กแท่ง บาน หรือเหล็กหล่อ (แท่งโลหะ) พร้อมกระบวนการรีดร้อนโดยไม่ต้องผ่านกระบวนการแปรรูปล่วงหน้า
เหล็กเส้นกลมมีเส้นผ่านศูนย์กลางตั้งแต่ 6, 9, 12, 15, 19, 22, 25, 28 และ 34 มม. มีความยาว 10 หรือ 12 เมตร
สําหรับโลหะ, การค้าเหล็กกระจายเหล็กเส้นกลมที่ได้รับการรับรองมาตรฐานอุตสาหกรรมทั้งในประเทศและต่างประเทศ. มันแตกต่างกันในเส้นผ่าศูนย์กลางจาก 6 ถึง 25 มม. และมีความยาว 10 เมตร

เหล็กข้ออ้อย (Deformed Bar)
เหล็กอ้อยเป็นเหล็กเส้นที่มีรูปร่างเป็นวงกลมที่มีพื้นที่หน้าตัดประกอบด้วยซี่โครงขวางหรือซี่โครงตามยาวที่พื้นผิวเพื่อเสริมสร้างพันธะระหว่างเหล็กเส้นและคอนกรีต
มีขนาด 10, 12, 16, 20, 22, 25, 28 และ 32 มม. ยาว 10 และ 12 เมตร และ 3 ชั้นคุณภาพ: SD 30, SD 40 และ SD 50

เหล็กรูปพรรณ (Structural Steel)
เหล็กรูปพรรณเป็นเหล็กซึ่งผ่านกระบวนการในรูปทรงต่าง ๆ เพื่ออํานวยความสะดวกในการใช้งานซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักตามลักษณะเหล็กตั้งต้น: โลหะแผ่น จะเป็นกลุ่มกระบวนการขึ้นรูปโลหะแผ่น  (Sheet Metal Forming Process) โลหะแบบก้อน (Bulk MetalForming Process) จะเป็นกระบวนการขึ้นรูปโลหะก้อน

พบกับ สถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร โรงแรม ที่พัก ที่ดี่ม ที่กิน ร้านนั่งชิว กิจกรรมพบกับความรู้เรื่องบ้าน การก่อสร้าง ได้จาก www.construction-phuket.com

เหล็กสำหรับก่อสร้าง มีทั้งหมดกี่รูปแบบ ใช้สำหรับงานใดบ้าง

เหล็กสำหรับก่อสร้าง มีทั้งหมดกี่รูปแบบ ใช้สำหรับงานใดบ้าง เหล็กเป็นโลหะผสมของธาตุเหล็ก โดยมีสารเติมแต่งอื่นๆ เช่น คาร์บอน แมงกานีส และอื่นๆ ในปริมาณเล็กน้อย ซึ่งถูกมนุษย์นำไปใช้ในด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะในการก่อสร้าง เหล็กมีหลายประเภทและมีคุณสมบัติแตกต่างกันซึ่งสามารถแบ่งออกเป็นสองประเภทหลัก: “เหล็กหล่อ” และ “เหล็กกล้า”

เหล็กสำหรับก่อสร้าง

เหล็กหล่อ (Cast Iron)
เหล็กเป็นรูปแบบหนึ่งของการทําให้เป็นแร่เหล็กผสมกับองค์ประกอบอื่น ๆ และหล่อในรูปแบบต่าง ๆ มีคุณสมบัติทั้งที่เป็นของแข็งและเปราะ แต่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ในรูปแบบอื่น มันแบ่งออกเป็นหลายประเภทเช่นเหล็กหล่อสีขาว เหล็กหล่อสีเทา เหล็กหล่ออ่อน ฯลฯ

เหล็กกล้า (Steel)
เป็นเหล็กที่มีความเหนียวและยืดหยุ่นสูง ดังนั้นจึงเป็นเรื่องปกติมากกว่าเหล็กหล่อที่จะใช้ในสองประเภทคือ “เหล็กกล้าคาร์บอน” และ “โลหะผสมเหล็ก” โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมและการก่อสร้างต่างๆ
เหล็กยอดนิยมสําหรับใช้ในอุตสาหกรรมมีสามประเภทหลัก: “เหล็กเส้นคอนกรีต”, “เหล็กหล่อ” และ “ลวดเหล็ก”

เหล็กเส้นคอนกรีต (Reinforced concrete หรือ Ferro concrete)
คอนกรีตคอนกรีตเป็นเหล็กเส้นที่ใช้เป็นส่วนประกอบของโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก โดยปกติจะเป็นเหล็กประเภทเส้นหรือประเภทตะแกรงชนิดหนึ่ง ฝังในลักษณะที่เหล็กและคอนกรีตเข้าด้วยกันสามารถทนต่อแรงต่าง ๆ ที่มีอยู่ในคอนกรีตสามารถแบ่งออกเป็นสองประเภทหลัก:“เหล็กเส้นกลม” (Round Bar) และ “เหล็กข้ออ้อย” (Deformed Bar)

เหล็กเส้นกลม (Round Bar)
เหล็กเส้นกลมเป็นเหล็กเส้นที่มีพื้นที่หน้าตัดในรูปของรูปทรงกลม มีพื้นผิวเรียบตาม มอก. 20-2527 ทําจากเหล็กแท่ง บาน หรือเหล็กหล่อ (แท่งโลหะ) พร้อมกระบวนการรีดร้อนโดยไม่ต้องผ่านกระบวนการแปรรูปล่วงหน้า
เหล็กเส้นกลมมีเส้นผ่านศูนย์กลางตั้งแต่ 6, 9, 12, 15, 19, 22, 25, 28 และ 34 มม. มีความยาว 10 หรือ 12 เมตร
สําหรับโลหะ, การค้าเหล็กกระจายเหล็กเส้นกลมที่ได้รับการรับรองมาตรฐานอุตสาหกรรมทั้งในประเทศและต่างประเทศ. มันแตกต่างกันในเส้นผ่าศูนย์กลางจาก 6 ถึง 25 มม. และมีความยาว 10 เมตร

เหล็กข้ออ้อย (Deformed Bar)
เหล็กอ้อยเป็นเหล็กเส้นที่มีรูปร่างเป็นวงกลมที่มีพื้นที่หน้าตัดประกอบด้วยซี่โครงขวางหรือซี่โครงตามยาวที่พื้นผิวเพื่อเสริมสร้างพันธะระหว่างเหล็กเส้นและคอนกรีต
มีขนาด 10, 12, 16, 20, 22, 25, 28 และ 32 มม. ยาว 10 และ 12 เมตร และ 3 ชั้นคุณภาพ: SD 30, SD 40 และ SD 50

เหล็กรูปพรรณ (Structural Steel)
เหล็กรูปพรรณเป็นเหล็กซึ่งผ่านกระบวนการในรูปทรงต่าง ๆ เพื่ออํานวยความสะดวกในการใช้งานซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักตามลักษณะเหล็กตั้งต้น: โลหะแผ่น จะเป็นกลุ่มกระบวนการขึ้นรูปโลหะแผ่น  (Sheet Metal Forming Process) โลหะแบบก้อน (Bulk MetalForming Process) จะเป็นกระบวนการขึ้นรูปโลหะก้อน

พบกับ สถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร โรงแรม ที่พัก ที่ดี่ม ที่กิน ร้านนั่งชิว กิจกรรมพบกับความรู้เรื่องบ้าน การก่อสร้าง ได้จาก www.construction-phuket.com

โครงสร้างพื้น ระบบพื้น มีอะไรบ้าง

โครงสร้างพื้น ระบบพื้น นั้นมีด้วยกันหลากหลายแบบ แล้วแบ่งเป็นอย่างไรบ้าง มีประโยชน์ ข้อดี ข้อเสีย กันอย่างไรบ้าง

โครงสร้างพื้น ระบบพื้น มีอะไรบ้าง

แม้โครงสร้างพื้นนั้นจะสามารถทำได้หลากหลายแบบ แต่แบ่งใหญ่ได้เพียง 3แบบ คือโครงสร้างไม้ โครงสร้างเหล็ก และโครงสร้างคอนกรีต แล้วแต่ละอย่างแตกต่างกันอย่างไร

-โครงสร้างไม้
เป็นโครงสร้างแบบเก่า ที่ใช้ไม้ในการก่อสร้างทั้งหมด ที่งตัวโครงและพื้น จะเห็นได้ในบ้านโบราณที่ยกพื้นสูง แต่ไม่ได้รับนิยมอีกต่อไป เนื่องจากการรับน้ำหนักได้น้อย ดูแลรักษาที่ทำได้ยาก มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง และอายุการใช้ง่ายคอนข้างสั้นเมื่อการดูแลรักษาไม่ดีพอ

-โครงสร้างเหล็ก
โครงสร้างเหล็กมีความคล้ายคลึง กับโครงสร้าางไม้ แต่โครงส้รางเหล็กมีความทนทานและแข็งแรงมากกว่า โดยทั่วจะไปจะแบ่งเป็นชิ้นส่วนต่างๆ ก่อนนำมาต่อกัน เช่น เสา คาน และตง การทำพื้นแบบที่ง่ายที่สุดของโครงสร้างเหล็ก คือ
การปูพื้นบนโครงสร้างโดยตรง บนตง และคานเหล็ก เหมื่อนกับบ้านโครงสร้างไม้ แล้วจึงปูแผ่นพื้นไม้จริงลงไป หรือสมาร์ทบอร์ด 
การปูบนพื้นสำเร็จ หลังวางโครงสร้างเหล็ก ก็ปิดด้วยวัสดุสำเร็จอีกชั้น ก่อนจะปูพื้นด้วยวัสดุปิดผิวประเภทอื่นเช่น ไม่ว่าจะเป็น กระเบื้องเซรามิก กระเบื้องยาง ไม้ลามิเนต หรือพรม เช่น พื้นสมาร์ทบอร์ด ที่สามารถติดตั้งได้เร็ว ติดตั้งวัสดุปิดผิวต่อได้ทันที แต่รับน้ำหนักได้น้อยกว่า พื้นคอนกรีตสำเร็จรูป จะทำได้ช้ากว้าหลังจากวางแผนพื้นแล้วต้องแทปูนและเสริมเหล็กอีก1ชั้นก่อน และต้องเวลาให้โครงสร้างแห้ง ก่อนจะปูนวัสดุปิดผิวได้ แต่โครงสร้างพื้นลักษณะนี้จะรับน้ำหนักได้มาก 
แต่โครงสร้างเหล็ก ยังไม่เป็นที่นิยมในไทยเท่าไร จะพบมากในโครงการขนาดใหญ่ เพราะช่างโครงสร้างเหล็กในเมืองไทยยังมีไม่มากนัก แต่ระยะเวลาในการสร้างที่สั้นกว่า และราคาในการก่อสร้างที่น้อยกว่า จะทำให้โครงสร้างลักษณะนี้ได้รับความนิยมในที่สุด

 

-โครงสร้างคอนกรีต
โครงสร้างปูน นั้นแบ่งออกเป็น 2 แบบใหญ่ๆ คือโครงสร้างที่วางบนคาน และโครงสร้างวางบนดิน และเป็นที่นิยมในไทย จะพบเห็นได้ในบ้านทั่วไป และโครงการขนาดใหญ่ที่ผ่านมาระยะหนึ่งแล้ว
โครงสร้างวางบนคาน นั้นจะสามารมารถรับน้ำหนักได้ดีกว่า เพราะน้ำหนักทั้งหมดจะถ่ายแทลงมาที่คานก่อน ซึ่งน้ำหนักที่รับได้ก็ขึ้นอยู่กับคานที่ได้ออกแบบเอาไว้ โดยแบ่งลักษณะการกระจ่ายน้ำหนักลงคานได้เป็น2แบบคือ กระจายน้ำหนักไปในทิศทางเดียว และกระจายน้ำหนัก 2ทิศทาง
โครงสร้างวางบนดิน เป็นโครงสร้างที่รับน้ำหนักได้น้อยกว่า และต้องมีการเตรียมพื้นดิน เพื่อให้ตัวพื้นสามารถรับน้ำหนักได้มากที่สุด เพราะไม่มีโครงสร้างคานที่จะคอยรับนี้หนักแทน พื้นลักษณะนี้จึงเหมาะกับพื้นที่ ที่รับน้ำหนักไม่มาก

จากทั้งหมดนั้นเป็นเพียงบางส่วน เพราะยังมีพื้นสำหรับโซนเปียก พื้นที่ต้องรับน้ำหนักมากเป็นพิเศษ หรืออื่นๆขึ้นอยู่กับความต้องการของเจ้าของบ้าน หรืออาคาร

พบกับ สถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร โรงแรม ที่พัก ที่ดี่ม ที่กิน ร้านนั่งชิว กิจกรรมพบกับความรู้เรื่องบ้าน การก่อสร้าง ได้จาก www.construction-phuket.com

โครงสร้างพื้น ระบบพื้น มีอะไรบ้าง

โครงสร้างพื้น ระบบพื้น นั้นมีด้วยกันหลากหลายแบบ แล้วแบ่งเป็นอย่างไรบ้าง มีประโยชน์ ข้อดี ข้อเสีย กันอย่างไรบ้าง

โครงสร้างพื้น ระบบพื้น มีอะไรบ้าง

แม้โครงสร้างพื้นนั้นจะสามารถทำได้หลากหลายแบบ แต่แบ่งใหญ่ได้เพียง 3แบบ คือโครงสร้างไม้ โครงสร้างเหล็ก และโครงสร้างคอนกรีต แล้วแต่ละอย่างแตกต่างกันอย่างไร

-โครงสร้างไม้
เป็นโครงสร้างแบบเก่า ที่ใช้ไม้ในการก่อสร้างทั้งหมด ที่งตัวโครงและพื้น จะเห็นได้ในบ้านโบราณที่ยกพื้นสูง แต่ไม่ได้รับนิยมอีกต่อไป เนื่องจากการรับน้ำหนักได้น้อย ดูแลรักษาที่ทำได้ยาก มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง และอายุการใช้ง่ายคอนข้างสั้นเมื่อการดูแลรักษาไม่ดีพอ

-โครงสร้างเหล็ก
โครงสร้างเหล็กมีความคล้ายคลึง กับโครงสร้าางไม้ แต่โครงส้รางเหล็กมีความทนทานและแข็งแรงมากกว่า โดยทั่วจะไปจะแบ่งเป็นชิ้นส่วนต่างๆ ก่อนนำมาต่อกัน เช่น เสา คาน และตง การทำพื้นแบบที่ง่ายที่สุดของโครงสร้างเหล็ก คือ
การปูพื้นบนโครงสร้างโดยตรง บนตง และคานเหล็ก เหมื่อนกับบ้านโครงสร้างไม้ แล้วจึงปูแผ่นพื้นไม้จริงลงไป หรือสมาร์ทบอร์ด 
การปูบนพื้นสำเร็จ หลังวางโครงสร้างเหล็ก ก็ปิดด้วยวัสดุสำเร็จอีกชั้น ก่อนจะปูพื้นด้วยวัสดุปิดผิวประเภทอื่นเช่น ไม่ว่าจะเป็น กระเบื้องเซรามิก กระเบื้องยาง ไม้ลามิเนต หรือพรม เช่น พื้นสมาร์ทบอร์ด ที่สามารถติดตั้งได้เร็ว ติดตั้งวัสดุปิดผิวต่อได้ทันที แต่รับน้ำหนักได้น้อยกว่า พื้นคอนกรีตสำเร็จรูป จะทำได้ช้ากว้าหลังจากวางแผนพื้นแล้วต้องแทปูนและเสริมเหล็กอีก1ชั้นก่อน และต้องเวลาให้โครงสร้างแห้ง ก่อนจะปูนวัสดุปิดผิวได้ แต่โครงสร้างพื้นลักษณะนี้จะรับน้ำหนักได้มาก 
แต่โครงสร้างเหล็ก ยังไม่เป็นที่นิยมในไทยเท่าไร จะพบมากในโครงการขนาดใหญ่ เพราะช่างโครงสร้างเหล็กในเมืองไทยยังมีไม่มากนัก แต่ระยะเวลาในการสร้างที่สั้นกว่า และราคาในการก่อสร้างที่น้อยกว่า จะทำให้โครงสร้างลักษณะนี้ได้รับความนิยมในที่สุด

 

-โครงสร้างคอนกรีต
โครงสร้างปูน นั้นแบ่งออกเป็น 2 แบบใหญ่ๆ คือโครงสร้างที่วางบนคาน และโครงสร้างวางบนดิน และเป็นที่นิยมในไทย จะพบเห็นได้ในบ้านทั่วไป และโครงการขนาดใหญ่ที่ผ่านมาระยะหนึ่งแล้ว
โครงสร้างวางบนคาน นั้นจะสามารมารถรับน้ำหนักได้ดีกว่า เพราะน้ำหนักทั้งหมดจะถ่ายแทลงมาที่คานก่อน ซึ่งน้ำหนักที่รับได้ก็ขึ้นอยู่กับคานที่ได้ออกแบบเอาไว้ โดยแบ่งลักษณะการกระจ่ายน้ำหนักลงคานได้เป็น2แบบคือ กระจายน้ำหนักไปในทิศทางเดียว และกระจายน้ำหนัก 2ทิศทาง
โครงสร้างวางบนดิน เป็นโครงสร้างที่รับน้ำหนักได้น้อยกว่า และต้องมีการเตรียมพื้นดิน เพื่อให้ตัวพื้นสามารถรับน้ำหนักได้มากที่สุด เพราะไม่มีโครงสร้างคานที่จะคอยรับนี้หนักแทน พื้นลักษณะนี้จึงเหมาะกับพื้นที่ ที่รับน้ำหนักไม่มาก

จากทั้งหมดนั้นเป็นเพียงบางส่วน เพราะยังมีพื้นสำหรับโซนเปียก พื้นที่ต้องรับน้ำหนักมากเป็นพิเศษ หรืออื่นๆขึ้นอยู่กับความต้องการของเจ้าของบ้าน หรืออาคาร

พบกับ สถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร โรงแรม ที่พัก ที่ดี่ม ที่กิน ร้านนั่งชิว กิจกรรมพบกับความรู้เรื่องบ้าน การก่อสร้าง ได้จาก www.construction-phuket.com