construction phuket

ก่อสร้าง ภูเก็ต

Archives August 2022

เสาบ้าน มีกี่ประเภท และมีความสำคัญอย่างไรต่อโครงสร้างบ้าน

เสาบ้าน มีกี่ประเภท

เสาบ้าน มีกี่ประเภท และมีความสำคัญอย่างไรต่อโครงสร้างบ้าน เมื่อเสานั้นเป็นส่วนหนึ่งของตัวบ้านที่ต้องรับน้ำหนักของบ้านทั้งหลัง เมื่อเกิดความผิดพลาดขึ้นที่เสา นั้นอาจจะทำให้โครงสร้างทั้งหมดถล่มลงมาได้ โดยเฉพาะภัยธรรมชาติที่จะทำให้โครงสร้างต้องรับน้ำหนักมากขึ้น หรือมีแรงเขามากระทำกับโครงสร้างอย่างผิดปกติ เช่นแผ่นดินไหว นั้นจึงเป็นเหตุให้ผู้ออกแบบต้องคำนวนขนาดเสา ให้เหมาะสมกับโครงสร้างทั้งหมด

เสาบ้าน มีกี่ประเภท

เสาไม้
เป็นที่รู้กันว่า เมื่องไทยในสมัยก่อน ยังมีทรัพยากรณ์ธรรมชาติอย่างไม้มาก เช่นไม้ตะเคียน, ไม้ชิงชัน, ไม้เต็ง, ไม้ประดู่, ไม้แดง, ไม้เกลือ ทำให้ได้รับความนิยมเพราะมีราคาถูก 
ข้อเสีย ทุกวันนี้ไม้มีราคาปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น และการดูแลรักษาเสาไม้ก็มีค่าใช้จ่ายที่แพง
ข้อควรระวัง อายุการใช้งานอาจจะสั้นกว่าเสาประเภทอื่นมากถ้าการดูแลรักษาไม่ดีพอ จึงเห็นได้ว่าเสาไม่ได้รับความนิยมน้อยลง

เสาปูนหรือเสาคอนกรีตเสริมเหล็ก
เสาปูนหรือเสาคอนกรีตเสริมเหล็ก ภายในจะมีส่วนประกอบหลักคือ ปูนซีเมนต์ หิน กรวดหรือทราย น้ำ และเหล็ก ทำให้มีคุณสมบัติในการรับแรงอัดและแรงดึงได้ดี ทำให้เสาคอนกรีตเสริมเหล็กได้รับความนิยมอย่างมาก สาเหตุมาจากเรามีสถาปนิกและวิศวกรที่มีความชำนาญในการออกแบบและช่างก่อสร้างเองก็ถนัดงานด้านคอนกรีต ทำให้ขึ้นรูปได้หลากหลายรูปแบบ ด้วยค่าของและค่าแรงไม่สูงเมื่อเที่ยบกับเสาประเภทอื่นๆแล้วถือว่าถูกกว่า และให้ความรู้สึกมั่นคงแข็งแรง 
ข้อเสีย ก็คือต้องใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างนานกว่าเสาแบบอื่นๆ เพราะต้องรอให้คอนกรีตมีการเซ็ทตัวเพื่อให้มีประสิทธิภาพสูง แม้ปัจจุบันจะมีการพัฒนาคอนกรีตสำเร็จรูปที่มีส่วนผสม และการผลิตที่ดีมากขึ้น แต่ก็ยังต้องอาศัยความชำนาญในการเทคอนกรีต รวมทั้งความรอบคอบของช่างที่ควบคุมงานก่อสร้าง 
ข้อควรระวัง ของการใช้โครงสร้าง คอนกรีตเสริมเหล็กอีกอย่างก็คือ การผูกเหล็กและทาบเหล็ก ต้องให้ถูกต้องและตรงตามมาตรฐาน มีระยะของคอนกรีตที่หุ้มเหล็กเหมาะสม เพื่อป้องกันการเกิดสนิมในเหล็กของเสาและคาน ต้องทำให้ได้ระดับทั้งแนวนอนและแนวดิ่ง พร้อมถอดไม้แบบออกเมื่อบ่มครบระยะเวลาที่เหมาะสม เพื่อให้ได้คอนกรีตที่แข็งแรงมีประสิทธิภาพในการใช้งานได้สูงสุด

เสาเหล็ก
เสาเหล็กมี2ประเภทคือ เสาเหล็กรูปพรรณ กับเสาโครงข้อแข็ง เหล็กที่นิยมนำมาใช้สำหรับทำเป็นโครงสร้างบ้าน จะต้องเป็นเหล็กรูปพรรณ ที่ในสมัยก่อนจำเป็นต้องนำเข้ามาจากต่างประเทศ จึงทำให้ราคาต้นทุนสูง แต่ปัจจุบันประเทศไทยสามารถผลิตเหล็กรูปพรรณได้เอง จึงทำให้เห็นว่า ตามโครงการต่างๆเริ่มใช้เหล็กเป็นโครงสร้างมากขึ้น 
ข้อดีของการใช้เหล็ก เพราะเหล็กรูปพรรณนั้น ถูกผลิตขึ้นมาจากโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งผ่านการควบคุมมาตรฐาน การผลิตมาอย่างดี สามารถสั่งผลิตชิ้นส่วนจากโรงงาน ได้ตามต้องการ เมื่อมาถึงหน้างาน ก็ประกอบด้วยการเชื่อม หรือใช้สกูลเท่านั้น จึงทำให้ใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างน้อยกว่า โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก ลดเวลาและค่าใช้จ่ายอื่นๆได้ นอกจากนั้นแล้ว การออกแบบโครงสร้างที่รับน้ำหนักเท่ากัน ตัวโครงสร้างเหล็กจะมีขนาดเล็กและบางกว่าโครงสร้างแบบอื่นๆ จึงทำให้น้ำหนักโดยรวมจะเบาลง และสามารถลดขนาดของฐานรากอาคารให้มีขนาดเล็กกว่าและประหยัดกว่า แต่โครงสร้างเหล็กเรามักจะพบได้ในตึกสูงเสียส่วนใหญ่ ไม่นิยมนำมาใช้เป็นโครงสร้างบ้าน 
ข้อเสีย ช่างฝีมือที่มีความชำนาญ ในการใช้โครงสร้างเหล็กมีน้อย ด้วยคุณสมบัติของเหล็กที่ไม่ทนไฟ และการกัดกร่อน ในการใช้งานจึงต้องทำการป้องกัน ด้วยการทาสีกันสนิม หุ้มวัสดุทนไฟ และต้องมีผู้เชี่ยวชาญ เพื่อตรวจสอบโครงสร้างเหล็กอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายในส่วนนี้พอสมควร เมื่อเทียบกับราคาก่อสร้างแล้ว มีความเป็นไปได้ว่า จะสูงกว่าการใช้โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กเล็กน้อย

พบกับ สถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร โรงแรม ที่พัก ที่ดี่ม ที่กิน ร้านนั่งชิว กิจกรรมดีๆ ข่าวสารในภูเก็ต ได้ที่ www.phuket-traveltips.com

 

ก่อผนัง ต้องรู้อะไรบ้าง ก่อนที่ช่างจะลงมีทำงาน

ก่อผนัง ต้องรู้อะไรบ้าง ก่อนที่ช่างจะลงมีทำงาน เพราะผนังเป็นส่วนหนึ่งที่มีความสำคัญสำหรับบ้านแต่ละหลัง ไม่ว่าจะเป็นการกันแดด กันฝน กันเสียงและ ปกป้องจากอันตรายต่างๆ ให้กับทุกคนในครอบครัว

ก่อผนัง ต้องรู้อะไรบ้าง

ตรวจวัสดุก่อนเริ่มงาน
ได้แก่ อิฐมอญ (อิฐแดง), อิฐบล็อค (บล็อกคอนกรีต), อิฐมวลเบา, และอิฐมวลเบาเทียม ปูนซีเมนต์สำหรับงานก่อว่าช่างใช้ปูนถูกชนิด ทรายที่นำมาใช้ จะต้องเป็นทราบหยาบ ที่เป็นทรายน้ำจืด ไม่มีเศษไม้ วัสดุ หรือ สารเคมีเจือปน ส่วนการผสมปูน ต้องให้ตรงกำหนดอัตราส่วน และวิธีตามที่ระบุหลังถุงปูน

นำอิฐแช่น้ำก่อนก่อ 1 ชั่วโมง
การแช่อิฐในน้ําคือการดูดน้ําจนเต็ม เวลาของการก่อตัวไม่ดูดน้ำมากเกินไปจากปูน นี่เป็นเพราะถ้าอิฐไม่ได้แช่อยู่ในน้ําก่อนที่จะดูดซับน้ำจากปูน ปูนจะแห้งเร็วและปูนจะแข็งตัวเร็วเกินไปจนกว่าปูนจะแตก

ต้องก่อสลับแนว
การสลับของการก่อตัวเพิ่มความแข็งแรงให้กับผนัง หากมีรอยแตกเกิดขึ้นจะมีบริเวณแนวตั้งสั้น ๆ ที่ไม่เชิงเส้นเกิดขึ้น อีกประการหนึ่งคือ การก่อสลับจะทําให้ผนังไม่เสียรูป

ความหนาปูนไม่ควรหนาเกิน 1.5 เซนติเมตร
ในกรณีของอิฐมอญและอิฐบล็อก ชั้นปูนไม่ควรหนาเกิน 1.5 เซนติเมตรเพราะจะทําให้พื้นผิวของปูนเสียไป และยังทําให้เกิดการทรุดตัวมากเกินความจําเป็น เมื่อชั้นปูนเริ่มแห้ง (นี่คือการทุดตัวตามปกติไม่เป็นอันตราย) และมันจะทําให้ผนังเอียงได้อีกด้วย

เสาเอ็นและคานทับหลัง
เสาเอ็นและคานทับหลัง ควรมีทุกความกว้าง 2.5 เมตรและสูง 1.5 เมตรเพื่อกระจายน้ําหนักของอิฐ และป้องกันไม่ให้ผนังพังลงมา ความกว้างของเสาเส้นเอ็น และคานทับหลัง ควรมีความกว้างอย่างน้อย 15 เซนติเมตรและเท่ากับความหนาของอิฐ รวมถึง
-เสาเอ็นที่วงกบประตูและหน้าต่าง หลุมเจาะทั้งหมดควรถูกล้อมกรอบด้วยเสาเอ็นและคานทับหลัง เพื่อช่วยกรอบประตูหรือกรอบหน้าต่าง ที่เคลื่อนไหวตลอดเวลาจากการเปิดและปิด สิ่งนี้จะช่วยกระจายแรงกับผนังอิฐ และอย่าลืมติดลวดตะแกรงกรงไก่ที่มุมวงกบ เพื่อช่วยกระจายแรงจากปูนฉาบด้วย
-เสาเอ็นที่มุมกำแพง เช่นเดียวกับเสาเอ็นที่แทรกอยู่ระหว่างผนัง เสาเอ็นทําหน้าที่เป็นกรอบให้ผนัง เราไม่ควรก่ออิฐเป็นมุมโดยไม่มีเสาเนื่องจากแนวอิฐไม่มีกรอบที่จะยึดไว้และอาจส่งผลต่อความแข็งแรงในระยะยาว

ใส่เหล็กหนวดกุ้งทุกระยะ
ในการก่ออิฐกับเสา ถ้าต้องการใช้กําแพงอิฐที่แข็งแกร่ง เราใช้วิธีการใส่การเสริมแรงที่มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 6 มม. ลงในเสาคอนกรีตที่มีความยาวยื่นออกมาอย่างน้อย 40 เซนติเมตรเพื่อให้ผนังอิฐยังคงแข็งแรงเพื่อไม่ให้หลุดออกจากแนวของเสาและไม่ล้มลง

ฉีดน้ำผนังก่อก่อนฉาบ
ก่อนฉาบแต่ละครั้ง ให้รดน้ำผนังอิฐให้ทั่ว เพื่อให้อิฐไม่ดูดน้ำออกจากปูนเร็วเกินไป สิ่งนี้จะทําให้เกิดการแยกตัวในงานฉาบ และเป็นเหตุให้เกิดการแตกลายงาตามมา

ใช้เครื่องเพื่อผสมปูนฉาบ
แม้ว่าการใช้จอบแบบดั้งเดิมสามารถผสมปูนได้เช่นกัน แต่พื้นผิวของปูนจะเข้ากันได้ดีกว่า หากเราใช้เครื่องช่วยผสมเช่น สว่านไฟฟ้าที่มีใบกวน หรือเครื่องผสม เนื่องจากการตีปูนด้วยเครื่องมือเหล่านี้ จะทําให้ปูนเข้ากันได้มากกว่าการผสมด้วยมือ ซึ่งจะช่วยให้ปูนทํางานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

บ่มผนังหลังฉาบ
ทุกวันต้องฉีดน้ำใส่ผนัง เพื่อเป็นการบ่มผนัง ไม่ให้เกิดการแตกร้าว ที่ในภาษาช่างเขาเรียก “เลี้ยงน้ำ” เป็นเวลาประมาณ 3-7 วัน

พบกับ สถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร โรงแรม ที่พัก ที่ดี่ม ที่กิน ร้านนั่งชิว กิจกรรมดีๆ ข่าวสารในภูเก็ต ได้ที่ www.phuket-traveltips.com

ก่อผนัง ต้องรู้อะไรบ้าง ก่อนที่ช่างจะลงมีทำงาน

ก่อผนัง ต้องรู้อะไรบ้าง ก่อนที่ช่างจะลงมีทำงาน เพราะผนังเป็นส่วนหนึ่งที่มีความสำคัญสำหรับบ้านแต่ละหลัง ไม่ว่าจะเป็นการกันแดด กันฝน กันเสียงและ ปกป้องจากอันตรายต่างๆ ให้กับทุกคนในครอบครัว

ก่อผนัง ต้องรู้อะไรบ้าง

ตรวจวัสดุก่อนเริ่มงาน
ได้แก่ อิฐมอญ (อิฐแดง), อิฐบล็อค (บล็อกคอนกรีต), อิฐมวลเบา, และอิฐมวลเบาเทียม ปูนซีเมนต์สำหรับงานก่อว่าช่างใช้ปูนถูกชนิด ทรายที่นำมาใช้ จะต้องเป็นทราบหยาบ ที่เป็นทรายน้ำจืด ไม่มีเศษไม้ วัสดุ หรือ สารเคมีเจือปน ส่วนการผสมปูน ต้องให้ตรงกำหนดอัตราส่วน และวิธีตามที่ระบุหลังถุงปูน

นำอิฐแช่น้ำก่อนก่อ 1 ชั่วโมง
การแช่อิฐในน้ําคือการดูดน้ําจนเต็ม เวลาของการก่อตัวไม่ดูดน้ำมากเกินไปจากปูน นี่เป็นเพราะถ้าอิฐไม่ได้แช่อยู่ในน้ําก่อนที่จะดูดซับน้ำจากปูน ปูนจะแห้งเร็วและปูนจะแข็งตัวเร็วเกินไปจนกว่าปูนจะแตก

ต้องก่อสลับแนว
การสลับของการก่อตัวเพิ่มความแข็งแรงให้กับผนัง หากมีรอยแตกเกิดขึ้นจะมีบริเวณแนวตั้งสั้น ๆ ที่ไม่เชิงเส้นเกิดขึ้น อีกประการหนึ่งคือ การก่อสลับจะทําให้ผนังไม่เสียรูป

ความหนาปูนไม่ควรหนาเกิน 1.5 เซนติเมตร
ในกรณีของอิฐมอญและอิฐบล็อก ชั้นปูนไม่ควรหนาเกิน 1.5 เซนติเมตรเพราะจะทําให้พื้นผิวของปูนเสียไป และยังทําให้เกิดการทรุดตัวมากเกินความจําเป็น เมื่อชั้นปูนเริ่มแห้ง (นี่คือการทุดตัวตามปกติไม่เป็นอันตราย) และมันจะทําให้ผนังเอียงได้อีกด้วย

เสาเอ็นและคานทับหลัง
เสาเอ็นและคานทับหลัง ควรมีทุกความกว้าง 2.5 เมตรและสูง 1.5 เมตรเพื่อกระจายน้ําหนักของอิฐ และป้องกันไม่ให้ผนังพังลงมา ความกว้างของเสาเส้นเอ็น และคานทับหลัง ควรมีความกว้างอย่างน้อย 15 เซนติเมตรและเท่ากับความหนาของอิฐ รวมถึง
-เสาเอ็นที่วงกบประตูและหน้าต่าง หลุมเจาะทั้งหมดควรถูกล้อมกรอบด้วยเสาเอ็นและคานทับหลัง เพื่อช่วยกรอบประตูหรือกรอบหน้าต่าง ที่เคลื่อนไหวตลอดเวลาจากการเปิดและปิด สิ่งนี้จะช่วยกระจายแรงกับผนังอิฐ และอย่าลืมติดลวดตะแกรงกรงไก่ที่มุมวงกบ เพื่อช่วยกระจายแรงจากปูนฉาบด้วย
-เสาเอ็นที่มุมกำแพง เช่นเดียวกับเสาเอ็นที่แทรกอยู่ระหว่างผนัง เสาเอ็นทําหน้าที่เป็นกรอบให้ผนัง เราไม่ควรก่ออิฐเป็นมุมโดยไม่มีเสาเนื่องจากแนวอิฐไม่มีกรอบที่จะยึดไว้และอาจส่งผลต่อความแข็งแรงในระยะยาว

ใส่เหล็กหนวดกุ้งทุกระยะ
ในการก่ออิฐกับเสา ถ้าต้องการใช้กําแพงอิฐที่แข็งแกร่ง เราใช้วิธีการใส่การเสริมแรงที่มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 6 มม. ลงในเสาคอนกรีตที่มีความยาวยื่นออกมาอย่างน้อย 40 เซนติเมตรเพื่อให้ผนังอิฐยังคงแข็งแรงเพื่อไม่ให้หลุดออกจากแนวของเสาและไม่ล้มลง

ฉีดน้ำผนังก่อก่อนฉาบ
ก่อนฉาบแต่ละครั้ง ให้รดน้ำผนังอิฐให้ทั่ว เพื่อให้อิฐไม่ดูดน้ำออกจากปูนเร็วเกินไป สิ่งนี้จะทําให้เกิดการแยกตัวในงานฉาบ และเป็นเหตุให้เกิดการแตกลายงาตามมา

ใช้เครื่องเพื่อผสมปูนฉาบ
แม้ว่าการใช้จอบแบบดั้งเดิมสามารถผสมปูนได้เช่นกัน แต่พื้นผิวของปูนจะเข้ากันได้ดีกว่า หากเราใช้เครื่องช่วยผสมเช่น สว่านไฟฟ้าที่มีใบกวน หรือเครื่องผสม เนื่องจากการตีปูนด้วยเครื่องมือเหล่านี้ จะทําให้ปูนเข้ากันได้มากกว่าการผสมด้วยมือ ซึ่งจะช่วยให้ปูนทํางานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

บ่มผนังหลังฉาบ
ทุกวันต้องฉีดน้ำใส่ผนัง เพื่อเป็นการบ่มผนัง ไม่ให้เกิดการแตกร้าว ที่ในภาษาช่างเขาเรียก “เลี้ยงน้ำ” เป็นเวลาประมาณ 3-7 วัน

พบกับ สถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร โรงแรม ที่พัก ที่ดี่ม ที่กิน ร้านนั่งชิว กิจกรรมดีๆ ข่าวสารในภูเก็ต ได้ที่ www.phuket-traveltips.com

ผนัง2ชั้น ดีอย่างไร และมีลักษณะอย่างไร

ด้วยอากาศที่ร้อนแรงของประเทศไทย ทำให้ผู้ที่ต้องการจะสร้างบ้านใหม่ เป็นต้องคิดหนักว่า การสร้าง ผนัง2ชั้น จะลดความร้อนได้แค่ไหน แล้วจะคุ้มค่ากับที่ลงทุนไปหรือไม่ จะลดค่าไฟจากการเปิดแอร์ได้แค่ไหน

ผนัง2ชั้น

ลดความร้อนได้อย่างไร?
โดยปกติเมื่อสร้างบ้าน เรามักจะสร้างกําแพงอิฐชั้นเดียว ซึ่งเพียงพอ แต่อาจไม่เพียงพอสําหรับสภาพอากาศในประเทศไทย โดยมีอุณหภูมิสูงขึ้นทุกปี ตามสรุปสภาพอากาศทั่วไป ของสํานักอุตุนิยมวิทยา ซึ่งบ่งชี้ว่า อุณหภูมิเฉลี่ยของปีที่แล้ว เกือบจะสูงกว่าปกติตลอดทั้งปีอย่างแน่นอน และในปีนี้ อุณหภูมิจะสูงกว่าปีที่แล้ว 1 ถึง 2 องศา ดังนั้น อิฐอีกชั้นหนึ่ง จึงเป็นอีกชั้นหนึ่ง ที่ช่วยลดความร้อนในบ้านของคุณ เพราะความร้อนจากภายนอก จะไม่ถึงผนังด้านใน นอกจากนี้ หากมีการเพิ่มแผ่นฉนวน แผ่นฉนวนจะถูกเพิ่มเข้าไป ไม่ให้ความร้อนผ่านได้ เมื่อไม่ร้อน การใช้เครื่องปรับอากาศ ก็จะลดลง เช่นกัน ค่าไฟฟ้าก็จะลดลง เช่นกัน

ก่ออย่างไร
วิธีการก่ออิฐ เป็นเรื่องง่าย ที่จะทําเพียงแค่มีผู้ผลิตผนังแรก ตามขอบด้านนอกของเสา แล้วปล่อยให้มีระยะห่างประมาณ 5 เซนติเมตร หรือให้ความรู้กับขอบของเสาด้านใน จะมีช่องว่างเพียงพอระหว่างอิฐ ช่องว่างระหว่างชั้นอิฐ เป็นส่วนสําคัญในการป้องกันความร้อน จากผนังด้านนอก ไม่ให้เข้าสู่ผนังด้านใน โดยเฉพาะผนังด้านข้าง ที่สัมผัสกับแสงแดดร้อน เช่นทิศตะวันตก และทิศใต้ และผนังควรได้รับการออกแบบ ให้มีช่องระบายอากาศเพื่อให้อากาศร้อนสะสม ระหว่างช่องว่างถูกถ่ายโอน จะช่วยป้องกันความร้อนได้สูงสุด

กําแพงอิฐสองชั้น มีข้อดีที่มีประโยชน์ แต่ต้องใช้วัสดุ และงานก่อสร้างมากขึ้น ทางเลือกของการก่ออิฐสองชั้น ต้องการเพียงตัวเลือกที่จําเป็น เช่นการเลือกก่ออิฐสองชั้น สําหรับผนังด้านนอกทางทิศตะวันตกของบ้าน ทิศใต้และทิศตะวันตกเฉียงใต้ เนื่องจากจะได้รับแสงแดดร้อนตลอดทั้งวัน ทิศเหนือและทิศตะวันออกไม่ค่อยมีแดดจัด ชั้นเดียวก็เพียงพอแล้ว

ผนังของบ้านไม่จําเป็นต้องเป็นสองชั้น ถ้าในบางห้องพวกเขาไม่ต้องการความสวยงาม ในการออกแบบ หรือการตัดเสียงรบกวน

ข้อดี
ป้องกันร้อน : กําแพงอิฐสองชั้นเป็นเกราะป้องกันบ้านจากดวงอาทิตย์ที่แผดเผาตลอดทั้งวัน แสงแดดอันอบอุ่นส่องส่องตรงบนผนังด้านนอก ส่วนด้านในของผนังไม่ได้รับความร้อนโดยตรง ดังนั้นจึงสามารถป้องกันความร้อนจากแสงแดดซึ่งมีอุณหภูมิแตกต่างกันมากประมาณ 5 องศา

ป้องกันเสียง : ผนังสองชั้นป้องกันเสียงรบกวนจากภายนอกและเหมาะสําหรับบ้านที่อยู่ติดกับถนน ผู้สัญจรไปมาจํานวนมากเดินผ่านหรือเลือกให้เป็นอาคารสองชั้นเฉพาะในห้องที่ต้องการการป้องกันเสียงรบกวนเป็นพิเศษ เช่น ห้องดูภาพยนตร์ ห้องบันทึกเสียง เป็นต้น ห้องนอน ฯลฯ

ผนังสวยงาม : ในแง่ของการออกแบบกําแพงอิฐสองชั้นยังปิดมุมของเสาในบ้านเนื่องจากเสามักจะมีขนาดประมาณ 20-30 เซนติเมตร การก่อสร้างผนังอิฐ 2 ชั้นสามารถสร้างได้ทั้งสองด้านของเสาช่วยให้ผนังเรียบสะอาด

ลดค่าไฟ : เมื่อบ้านเย็นขึ้น การทำงานของเครื่องปรับอากาศ ก็มีประสิทธิภาพมากขึ้น และทำงานน้อยลง

พบกับความรู้เรื่องบ้าน การก่อสร้าง ได้จาก www.construction-phuket.com

ผนัง2ชั้น ดีอย่างไร และมีลักษณะอย่างไร

ด้วยอากาศที่ร้อนแรงของประเทศไทย ทำให้ผู้ที่ต้องการจะสร้างบ้านใหม่ เป็นต้องคิดหนักว่า การสร้าง ผนัง2ชั้น จะลดความร้อนได้แค่ไหน แล้วจะคุ้มค่ากับที่ลงทุนไปหรือไม่ จะลดค่าไฟจากการเปิดแอร์ได้แค่ไหน

ผนัง2ชั้น

ลดความร้อนได้อย่างไร?
โดยปกติเมื่อสร้างบ้าน เรามักจะสร้างกําแพงอิฐชั้นเดียว ซึ่งเพียงพอ แต่อาจไม่เพียงพอสําหรับสภาพอากาศในประเทศไทย โดยมีอุณหภูมิสูงขึ้นทุกปี ตามสรุปสภาพอากาศทั่วไป ของสํานักอุตุนิยมวิทยา ซึ่งบ่งชี้ว่า อุณหภูมิเฉลี่ยของปีที่แล้ว เกือบจะสูงกว่าปกติตลอดทั้งปีอย่างแน่นอน และในปีนี้ อุณหภูมิจะสูงกว่าปีที่แล้ว 1 ถึง 2 องศา ดังนั้น อิฐอีกชั้นหนึ่ง จึงเป็นอีกชั้นหนึ่ง ที่ช่วยลดความร้อนในบ้านของคุณ เพราะความร้อนจากภายนอก จะไม่ถึงผนังด้านใน นอกจากนี้ หากมีการเพิ่มแผ่นฉนวน แผ่นฉนวนจะถูกเพิ่มเข้าไป ไม่ให้ความร้อนผ่านได้ เมื่อไม่ร้อน การใช้เครื่องปรับอากาศ ก็จะลดลง เช่นกัน ค่าไฟฟ้าก็จะลดลง เช่นกัน

ก่ออย่างไร
วิธีการก่ออิฐ เป็นเรื่องง่าย ที่จะทําเพียงแค่มีผู้ผลิตผนังแรก ตามขอบด้านนอกของเสา แล้วปล่อยให้มีระยะห่างประมาณ 5 เซนติเมตร หรือให้ความรู้กับขอบของเสาด้านใน จะมีช่องว่างเพียงพอระหว่างอิฐ ช่องว่างระหว่างชั้นอิฐ เป็นส่วนสําคัญในการป้องกันความร้อน จากผนังด้านนอก ไม่ให้เข้าสู่ผนังด้านใน โดยเฉพาะผนังด้านข้าง ที่สัมผัสกับแสงแดดร้อน เช่นทิศตะวันตก และทิศใต้ และผนังควรได้รับการออกแบบ ให้มีช่องระบายอากาศเพื่อให้อากาศร้อนสะสม ระหว่างช่องว่างถูกถ่ายโอน จะช่วยป้องกันความร้อนได้สูงสุด

กําแพงอิฐสองชั้น มีข้อดีที่มีประโยชน์ แต่ต้องใช้วัสดุ และงานก่อสร้างมากขึ้น ทางเลือกของการก่ออิฐสองชั้น ต้องการเพียงตัวเลือกที่จําเป็น เช่นการเลือกก่ออิฐสองชั้น สําหรับผนังด้านนอกทางทิศตะวันตกของบ้าน ทิศใต้และทิศตะวันตกเฉียงใต้ เนื่องจากจะได้รับแสงแดดร้อนตลอดทั้งวัน ทิศเหนือและทิศตะวันออกไม่ค่อยมีแดดจัด ชั้นเดียวก็เพียงพอแล้ว

ผนังของบ้านไม่จําเป็นต้องเป็นสองชั้น ถ้าในบางห้องพวกเขาไม่ต้องการความสวยงาม ในการออกแบบ หรือการตัดเสียงรบกวน

ข้อดี
ป้องกันร้อน : กําแพงอิฐสองชั้นเป็นเกราะป้องกันบ้านจากดวงอาทิตย์ที่แผดเผาตลอดทั้งวัน แสงแดดอันอบอุ่นส่องส่องตรงบนผนังด้านนอก ส่วนด้านในของผนังไม่ได้รับความร้อนโดยตรง ดังนั้นจึงสามารถป้องกันความร้อนจากแสงแดดซึ่งมีอุณหภูมิแตกต่างกันมากประมาณ 5 องศา

ป้องกันเสียง : ผนังสองชั้นป้องกันเสียงรบกวนจากภายนอกและเหมาะสําหรับบ้านที่อยู่ติดกับถนน ผู้สัญจรไปมาจํานวนมากเดินผ่านหรือเลือกให้เป็นอาคารสองชั้นเฉพาะในห้องที่ต้องการการป้องกันเสียงรบกวนเป็นพิเศษ เช่น ห้องดูภาพยนตร์ ห้องบันทึกเสียง เป็นต้น ห้องนอน ฯลฯ

ผนังสวยงาม : ในแง่ของการออกแบบกําแพงอิฐสองชั้นยังปิดมุมของเสาในบ้านเนื่องจากเสามักจะมีขนาดประมาณ 20-30 เซนติเมตร การก่อสร้างผนังอิฐ 2 ชั้นสามารถสร้างได้ทั้งสองด้านของเสาช่วยให้ผนังเรียบสะอาด

ลดค่าไฟ : เมื่อบ้านเย็นขึ้น การทำงานของเครื่องปรับอากาศ ก็มีประสิทธิภาพมากขึ้น และทำงานน้อยลง

พบกับความรู้เรื่องบ้าน การก่อสร้าง ได้จาก www.construction-phuket.com