construction phuket

ก่อสร้าง ภูเก็ต

Archives June 2022

สระว่ายน้ำไฟเบอร์กลาส

สระว่ายน้ำไฟเบอร์กลาส เป็นสระว่ายน้ำสำเร็จรูปที่ผลิตโดยโรงงานอุตสาหกรรม ผลิตจากวัสดุไฟเบอร์กลาส ซึ่งเป็นวัสดุที่แข็งแรงทนทานและมีโครงสร้างที่ดี และมีผิวเรียบเนียนสวยงาม

สระว่ายน้ำไฟเบอร์กลาส

สระไฟเบอร์กลาสติดตั้งได้เร็วกว่าสระอื่น การติดตั้งจะใช้เวลาประมาณ 1 – 2 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับตำแหน่งการติดตั้งและการตัดแต่งเพิ่มเติม

ข้อจำกัดของสระไฟเบอร์กลาส คือ รูปทรงที่ตายตัว เพราะการผลิต ต้องผลิตตามแบบแม่พิมพ์ จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสระว่ายน้ำขนาดเล็ก และขนาดกลาง

จุดเด่น

ติดตั้งได้อย่างรวดเร็ว

ติดตั้งได้เร็วกว่าสระว่ายน้ำชนิดอื่นๆมาก เพราะสระถูกสร้างสำเร็จมาจากโรงงานแล้ว

ทำความสะอาดง่าย

ด้วยคุณสมบัติพื้นผิวของไฟเบอร์กลาส พื้นผิวจึงเรียบ ทำให้ง่ายต่อการทำความสะอาดสระว่ายน้ำ

ทนทาน

ด้วยเทคโนโลยีการผลิตในปัจจุบัน ทำให้สระว่ายน้ำไฟเบอร์กลาสมีความทนทาน เหมือนอย่างอื่น

มีรูปแบบที่เป็นมาตรฐาน

สระไฟเบอร์กลาสมาในรูปแบบมาตรฐาน และออกแบบมาอย่างสวยงาม

กำหนดตำแหน่งสระว่ายน้ำ

ในการสร้างสระว่ายน้ำในบ้านที่ดี ควรกำหนดตำแหน่ง และ ทิศทางของสระว่ายน้ำ ให้เหมาะสม เพื่อเสริมภาพลักษณ์ ของพื้นที่รอบบ้านให้สวยงาม และมีบรรยากาศที่สอดคล้อง กับการใช้งานอย่างถูกต้อง ควรเลือกตำแหน่งของสระว่ายน้ำ เพื่อให้สามารถสังเกต และมองเห็นได้จากบริเวณบ้าน ที่ใช้บ่อยๆ นอกจากนี้ ยังควรคำนวณทิศทางแสงแด ดสำหรับแต่ละยุคอย่างเหมาะสม ทำให้ทุกช่วงเวลา ของการใช้สระว่ายน้ำ ไม่โดนแสงแดดมากเกินไปในระหว่างวัน กรณีสระว่ายน้ำต้องอยู่ในบริเวณใกล้บ้าน แนะนำให้จัดสระว่ายน้ำให้อยู่ด้านทิศตะวันออก หรือทิศเหนือของบ้าน ใช้ร่มเงาของอาคาร ป้องกันแสงแดดสะท้อนผ่านน้ำ และรบกวนผู้พักอาศัยในบ้าน และที่สำคัญ ไม่ควรตั้งตำแหน่งของสระ ไว้ทางทิศตะวันออก และทิศตะวันตก ป้องกันการรบกวนจากแสงแดดขณะว่ายน้ำ

ระบบ

เหมาะสำหรับสระว่ายน้ำระบบเกลือ: (ระบบน้ำเกลือ) ระบบบำบัดเกลือฆ่าเชื้อ เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับลูกค้า มีข้อดีมากมาย แต่ในขณะเดียวกัน ระบบเกลือก็สามารถทำลายสิ่งต่างๆ ได้มากมายเช่นกัน น้ำเกลือสามารถกัดกร่อนวัสดุหลายชนิดในสระประเภทอื่น น้ำเกลือสามารถทำให้เกิดสนิมได้หลายวัสดุ แต่สำหรับสระไฟเบอร์กลาสและมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เหมาะสมกับระบบน้ำเค็มเช่นกัน

ขั้นตอนการติดตั้ง

1. การขนส่งสระว่ายน้ำไปยังบ้านลูกค้า

2. ขุดดินเตรียมพื้นที่ลงสระ

3. การเตรียมหน้าดิน การปรับระดับ

4. การวางสระ

5. การติดตั้งอุปกรณ์งานระบบกรอง และงานไฟฟ้า

6. งานถมยึดระดับสระ

7. สระพร้อมใช้งาน

ข้อเสียของสระไฟเบอร์กลาส

ข้อเสียเปรียบหลักของสระไฟเบอร์กลาสคือการออกแบบสำเร็จรูปไม่สามารถเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขในขนาด รูปร่าง และความลึกได้ ดังนั้นคำถามต่อไปคือ: คุณชอบสระไฟเบอร์กลาสหรือไม่?

พบกับความรู้เรื่องบ้าน การก่อสร้าง ได้จาก www.construction-phuket.com

สระว่ายน้ำในบ้าน

เพราะสระว่ายน้ำส่วนตัวถือเป็นฟังก์ชั่นหนึ่งของบ้านที่สามารถใช้เป็นพื้นที่สำหรับการออกกำลังกายและการผ่อนคลายในแต่ละวันได้อย่างง่ายดาย โดยไม่ต้องเดินทางไกลเพื่อไปพักเนื่องจากสระว่ายน้ำส่วนตัวเป็นหนึ่งในคุณลักษณะของบ้านจึงสามารถใช้เป็นพื้นที่สำหรับออกกำลังกายและพักผ่อนในแต่ละวันได้อย่างง่ายดาย ไม่จำเป็นต้องเดินทางไกลถึงโรงแรม รีสอร์ท หรือชายหาดเพื่อผ่อนคลาย นอกจากจะเป็นสถานที่สำหรับทำกิจกรรมของครอบครัว มี สระว่ายน้ำในบ้าน แล้ว ยังช่วยเพิ่มภาพลักษณ์ของความสวยงามและทำให้บ้านได้อีกด้วย สะดุดตามากขึ้น สำหรับใครที่กำลังคิดจะสร้างบ้านใหม่พร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัว หรือจะรีโนเวทบริเวณเดิมรอบๆ บ้านให้เป็นมุมหนึ่งของสระว่ายน้ำ แต่ยังไม่รู้จะเริ่มออกแบบสระว่ายน้ำให้เหมาะกับบ้านคุณอย่างไรดี .

สำรวจก่อนสร้าง สระว่ายน้ำในบ้าน

ก่อนพิจารณาสร้างสระว่ายน้ำในบ้าน แนะนำให้สำรวจพื้นที่รอบๆ บ้านก่อนว่าขนาดใดเหมาะกับการสร้างสระว่ายน้ำ แม้ว่าขนาดของพื้นที่จะไม่กว้างขวางมากนัก แต่ขนาดของที่ดินก็ควรเหมาะสมกับการก่อสร้างสระว่ายน้ำและไม่ควรเล็กจนเกินไป อย่างน้อยควรมีพื้นที่เพียงพอสำหรับการว่ายน้ำและออกกำลังกาย หากเป็นบ้านใหม่ ก็จะช่วยให้เจ้าของบ้านตัดสินใจได้ว่าจะสร้างสระว่ายน้ำบนที่ดินได้เท่าใดในบ้าน การออกแบบบ้านก็ง่ายเช่นกัน โดยกระจายพื้นที่โดยรอบเป็นบริเวณสระว่ายน้ำหรือมุมสวนของบ้านอย่างเหมาะสม แต่ถ้าเป็นบ้านเก่าและคุณกำลังออกแบบสระว่ายน้ำเพิ่มเติม กระบวนการอาจยากกว่าการสร้างใหม่เพราะคุณต้องเดินไปรอบๆ บ้านที่มีอยู่เพื่อดูว่าจะสร้างสระว่ายน้ำได้หรือไม่ .ควรมีการวางแผนการก่อสร้างโดยปรึกษาหารือกับทีมงานสถาปนิกที่มีทักษะ ให้สามารถออกแบบการคำนวณในการก่อสร้างสระว่ายน้ำให้เหมาะสมกับพื้นที่ว่างมากที่สุด

กำหนดตำแหน่งสระว่ายน้ำ

ในการสร้างสระว่ายน้ำในบ้านที่ดี ควรกำหนดตำแหน่งและทิศทางของสระว่ายน้ำให้เหมาะสม เพื่อเสริมภาพลักษณ์ของพื้นที่รอบบ้านให้สวยงามและมีบรรยากาศที่สอดคล้องกับการใช้งานอย่างถูกต้องควรเลือกตำแหน่งของสระว่ายน้ำเพื่อให้สามารถสังเกตและมองเห็นได้จากบริเวณบ้าน ที่ใช้บ่อยๆ นอกจากนี้ยังควรคำนวณทิศทางแสงแดดสำหรับแต่ละยุคอย่างเหมาะสม ทำให้ทุกช่วงเวลาของการใช้สระว่ายน้ำไม่โดนแสงแดดมากเกินไปในระหว่างวัน กรณีสระว่ายน้ำต้องอยู่ในบริเวณใกล้บ้านแนะนำให้จัดสระว่ายน้ำให้อยู่ด้านทิศตะวันออกหรือทิศเหนือของบ้าน ใช้ร่มเงาของอาคารป้องกันแสงแดดสะท้อนผ่านน้ำและรบกวนผู้พักอาศัยในบ้าน และที่สำคัญไม่ควรตั้งตำแหน่งของสระไว้ทางทิศตะวันออกและทิศตะวันตก ป้องกันการรบกวนจากแสงแดดขณะว่ายน้ำ

เลือกโครงสร้างสระว่ายน้ำ

สำหรับสระว่ายน้ำที่นิยมสร้างโดยทั่วไปจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่

สระว่ายน้ำแบบคอนกรีต นี่คือสระว่ายน้ำที่มีโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก พื้นและผนังของสระว่ายน้ำ ดังนั้นสระประเภทนี้จึงมีโครงสร้างที่แข็งแรง ทนทาน ใช้งานได้ยาวนานโดยไม่ต้องบำรุงรักษามาก พวกเขายังสามารถสร้างสระว่ายน้ำได้หลายวิธีตามความต้องการ

สระว่ายน้ำแบบสำเร็จรูป คือสระว่ายน้ำที่ได้รับการการผลิตขึ้นจากวัสดุโพลิเมอร์สำเร็จรูปมาจากโรงงานเรียบร้อยแล้ว โดยสามารถนำมาติดตั้งบนพื้นที่ซึ่งมีการออกแบบโครงสร้างไว้สำหรับการติดตั้งสระว่ายน้ำสำเร็จรูปในบริเวณที่กำหนด จึงช่วยทำให้สามารถติดตั้งได้อย่างง่ายดาย 

นอกจากสระว่ายน้ำสำเร็จรูปทั่วไปแล้ว ยังมีสระว่ายน้ำสำเร็จรูปอีกสระที่ทำด้วยเหล็กหล่อคุณภาพสูงหรือโครงสร้างยิปซั่ม หุ้มด้วยผ้าไวนิล ออกแบบมาสำหรับใช้งานในสระโดยตรง แรงดันน้ำใช้บังคับผ้าไวนิลให้ยึดติดกับโครงสร้างพื้นและผนังของสระว่ายน้ำ และเนื่องจากเป็นสระสำเร็จรูปที่ออกแบบจากโรงงาน สระสำเร็จรูปประเภทนี้จึงมีข้อจำกัดที่ไม่สามารถออกแบบให้เป็นรูปทรงต่างๆ ได้ตามต้องการ และต้องเปลี่ยนผ้าไวนิลทุก 10 ปี แต่มีคุณสมบัติที่น่าสนใจคือค่อนข้างถูกกว่าสระประเภทอื่น นอกจากนี้ยังสามารถสร้างได้อย่างรวดเร็ว

ระบบสระว่ายน้ำ

ระบบสระว่ายน้ำที่นิยมใช้กันอยู่ในปัจจุบันมีอยู่ 2 ระบบด้วยกัน

ระบบ Over Flow หรือระบบน้ำล้น นี่คือระบบบำบัดน้ำ โดยปล่อยให้น้ำในสระล้นในถังน้ำล้นข้างสระว่ายน้ำ จากนั้นระบบจะหยุดน้ำล้นในบริเวณถังเก็บน้ำแล้วสูบน้ำออกอีกครั้งผ่านกระบวนการกรองน้ำในห้องโดยสาร นอกจากจะทำให้น้ำหมุนเวียนสะอาดน่าใช้แล้ว การใช้ระบบสระว่ายน้ำประเภทนี้จะช่วยเพิ่มภาพลักษณ์ของสระว่ายน้ำในบ้านของคุณ ทั้งนี้เนื่องจากพื้นผิวของน้ำจะกลืนกินแอ่งน้ำเพียงระดับเดียวในแต่ละครั้ง

ระบบ Skimmer นี่คือระบบบำบัดน้ำ ช่องเปิดทั้งสองด้านของผนังสระได้รับการออกแบบให้น้ำเข้าสู่กระบวนการบำบัดได้ ดังนั้นการออกแบบสระที่ใช้ระบบนี้จะมีระดับน้ำต่ำกว่าขอบสระ นอกจากนี้ยังสามารถประหยัดงบประมาณได้มากกว่าระบบสระ Over Flow เนื่องจากระบบสระ Skimmer ไม่ต้องการถัง อีกทั้งยังช่วยประหยัดน้ำ

ระบบบำบัดน้ำ

ปัจจุบันนิยมใช้ระบบบำบัดในสระว่ายน้ำอยู่ 3 ระบบ

ระบบเกลือ

สำหรับระบบบำบัดน้ำประเภทนี้เป็นระบบที่ใช้วิธีการฆ่าเชื้อด้วยเกลือ นี่ถือเป็นระบบที่ดีต่อสุขภาพเพราะสามารถช่วยให้ผิวชุ่มชื้นได้ แต่อาจจำเป็นต้องเปลี่ยนในราคาติดตั้งที่สูงขึ้น และถึงแม้จะเป็นสระน้ำเค็ม แต่ก็ไม่มีค่าความเค็มของน้ำทะเล แต่การใช้ระบบบำบัดน้ำประเภทนี้จะให้ค่าความเป็นด่าง วิธีนี้จะทำให้น้ำในสระมีความเค็มเล็กน้อยเท่านั้น

ระบบคลอรีน

ซึ่งเป็นระบบฆ่าเชื้อที่มีราคาถูกกว่าระบบบำบัดน้ำเกลือ เป็นระบบบำบัดน้ำที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คลอรีนส่วนใหญ่อยู่ในรูปของเหลว เช่น น้ำ คลอรีนผง และคลอรีนเกล็ด ละลายในสระว่ายน้ำเมื่อ pH ของน้ำอยู่ที่ 7.2-7.8 จะช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย สำหรับสระน้ำที่เลือกระบบคลอรีนและค่า pH ของน้ำต่ำหรือเป็นกรดมากเกินไป แนะนำให้เติมสารอัลคาไลน์เพื่อปรับ pH ของน้ำ หรือถ้าน้ำมีความเป็นด่างมาก แนะนำให้เติมกรดก่อนละลายคลอรีนในน้ำเพื่อฆ่าเชื้อ แต่เนื่องจากคลอรีนที่ละลายในน้ำสามารถระคายเคืองผิวได้ ทางที่ดีควรละลายคลอรีนในน้ำตอนกลางคืนหลังจากสระเสร็จเพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ตัวกรองเปิดอยู่อย่างน้อย 3-4 ชั่วโมง

ระบบโอโซน

เป็นระบบฆ่าเชื้อในน้ำโดยการผลิตก๊าซโอโซนจากเครื่องอัดอากาศเพื่อบำบัดน้ำในสระว่ายน้ำ แม้จะเป็นระบบบำบัดน้ำที่ทรงประสิทธิภาพมากเพราะไม่มีสารตกค้างในสระ แต่ก็สามารถช่วยฆ่าเชื้อในน้ำได้ในเวลาน้อยกว่าระบบบำบัดน้ำแบบอื่น นอกจากนี้ยังมีค่าติดตั้งที่แพงกว่า

รูปทรงของสระว่ายน้ำ

โดยส่วนใหญ่แล้ว สระว่ายน้ำได้รับการออกแบบในสองรูปทรงที่แตกต่างกัน: สระว่ายน้ำทรงเรขาคณิต และสระว่ายน้ำแบบอิสระ

วัสดุตกแต่งพื้นผิวสระว่ายน้ำ

การปูกระเบื้อง และคอนกรีตขัดมันผสมสี

พบกับความรู้เรื่องบ้าน การก่อสร้าง ได้จาก www.construction-phuket.com

เหล็กแต่ละประเภท ที่ใช้ในการก่อสร้าง มีกี่แบบ และมีคุณสมบัติใดบ้าง

2 ประเภท คือ เหล็ก (Iron) และ เหล็กกล้า (Steel) ซึ่งทั้ง 2 ประเภทนี้ มีคุณสมบัติที่ต่างกันหลายประการ แต่ส่วนใหญ่ก็มักจะถูกเรียกอย่างเหมารวมกันว่า “เหล็ก” นั่นเอง ซึ่งเราจะมาดูกันว่า เหล็กแต่ละประเภท มีคุณสมบัติใดบ้าง

รู้จัก เหล็กแต่ละประเภท

  • เหล็กหล่อ (Cast Iron)

คือเหล็กที่้เกิดจากการนำแร่ธาตุเหล็กมาผสมกับองค์ประกอบอื่นๆ แล้วหล่อออกมาให้เป็นรูปทรงต่างๆ มีคุณสมบัติทั้งแข็งและยังเปราะได้ในเวลาเดียวกัน แต่ไม่สามารถเปลี่ยนรูปทรงได้ด้วยวิธีการอื่น แบ่งเป็นหลายประเภท

เหล็กหล่อเทา เป็นเหล็กหล่อที่มีโครงสร้างคาร์บอนในรูปของกราฟไฟต์ เพราะมีคาร์บอนและซิลิคอนเป็นส่วนประกอบสูงมาก

เหล็กหล่อขาว เป็นเหล็กที่มีความแข็งแรงทนทานสูง สามารถทนต่อการเสียดสีได้ดี แต่เปราะ จึงแตกหักได้ง่าย โดยเหล็กหล่อประเภทนี้ จะมีปริมาณของซิลิคอนต่ำกว่าเหล็กหล่อเทา ทั้งมีคาร์บอนอยู่ในรูปของคาร์ไบด์ของเหล็กหรือที่เรียกกว่า ซีเมนไตต์

เหล็กหล่อกราฟไฟต์กลม เป็นเหล็กที่มีโครงสร้างเป็นกราฟไฟต์ มีส่วนผสมของแมกนีเซียมหรือซีเรียมอยู่ในน้ำเหล็ก ทำให้เกิดรูปร่างกราฟไฟต์ทรงกลมขึ้นมา ทั้งยังได้คุณสมบัติทางกลในทางที่ดีและโดดเด่นยิ่งขึ้น เหล็กหล่อกราฟไฟต์จึงได้รับความนิยมในการนำมาใช้งานอย่างแพร่หลายและถูกนำมาใช้งานในอุตสาหกรรมมากขึ้น

เหล็กหล่ออบเหนียว เป็นเหล็กที่ผ่านกระบวนการอบเพื่อให้ได้คาร์บอนในโครงสร้างคาร์ไบด์แตกตัวมารวมกับกราฟไฟต์เม็ดกลม และกลายเป็นเฟอร์ไรด์หรือเพิร์ลไลต์ ซึ่งมีคุณสมบัติที่เหนียวแน่นกว่าเหล็กหล่อขาวเป็นอย่างมาก ทั้งได้รับความนิยมในการนำมาใช้งานเยอะที่สุด

เหล็กหล่อโลหะผสม เป็นเหล็กที่มีการเติมธาตุหลายอย่างผสมเข้าด้วยกัน ซึ่งก็จะช่วยปรับปรุงคุณสมบัติของเหล็กให้ดีขึ้น โดยเฉพาะการทนต่อความร้อนและการต้านทานต่อแรงเสียดสีที่เกิดขึ้น เหล็กหล่อประเภทนี้จึงนิยมใช้ในงานที่ต้องสัมผัสกับความร้อน

  • เหล็กกล้า (Steel)

คือ เหล็กที่มีความเหนียวและยืดหยุ่นตัวสูง สามารถนำมาแปรรูปร่างได้ตามต้องการ จึงทำให้มีผู้นิยมนำมาใช้ประโยชน์มากกว่าเหล็กหล่อ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมต่างๆ หรือการก่อสร้าง แบ่งเป็น 2 ประเภทคือ

เหล็กกล้าคาร์บอน มีส่วนผสมหลักเป็นคาร์บอนและมีส่วนผสมอื่นๆ ปนอยู่บ้างเล็กน้อย เหล็กกล้าคาร์บอน สามารถแบ่งย่อยตามปริมาณธาตุที่ผสม ดังนี้

  1. เหล็กคาร์บอนต่ำ มีคาร์บอนต่ำกว่า 0.2% และมีความแข็งแรงต่ำมาก จึงนำมารีดเป็นแผ่นได้ง่าย เช่น เหล็กเส้น เหล็กแผ่น เป็นต้น
  2. เหล็กกล้าคาร์บอนปานกลาง มีคาร์บอนอยู่ประมาณ 0.2-0.5% มีความแข็งแรงสูงขึ้นมานิดนึง สามารถนำมาใช้เป็นชิ้นส่วนของเครื่องจักรกลได้
  3. เหล็กกล้าคาร์บอนสูง มีคาร์บอนสูงกว่า 0.5% มีความแข็งแรงสูงมาก นิยมนำมาอบชุบความร้อนเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งมากขึ้น และสามารถต้านทานต่อการสึกหรอได้ดี จึงนิยมนำมาทำเครื่องมือเครื่องใช้ที่ต้องการผิวแข็ง

เหล็กกล้าผสม เป็นเหล็กที่มีการผสมธาตุอื่นๆ เข้าไปโดยเจาะจง เพื่อให้คุณสมบัติของเหล็กเป็นไปตามที่ต้องการ โดยเหล็กประเภทนี้จะมีความสามารถในการต้านทานต่อการกัดกร่อนและสามารถนำไฟฟ้าได้ รวมถึงมีคุณสมบัติทางแม่เหล็กอีกด้วย ซึ่งแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ

  1. เหล็กกล้าผสมต่ำ โดยจะเป็นเหล็กกล้าที่มีการผสมด้วยธาตุอื่น ๆ น้อยกว่า 10%
  2. เหล็กกล้าผสมสูง โดยจะเป็นเหล็กกล้าที่มีการผสมด้วยธาตุอื่น ๆ มากกว่า 10%

พบกับความรู้เรื่องบ้าน การก่อสร้าง ได้จาก www.construction-phuket.com