construction phuket

ก่อสร้าง ภูเก็ต

Archives April 2022

ปัญหาในการต่อเติมบ้าน ที่อาจจะได้พบในระหว่างการต่อเติมหรือ ภายหลัง

การต่อเติมบ้าน เป็นหนึ่งในความต้องการของเจ้าของบ้าน ที่ต้องการใช้พื้นในบ้านให้คุ้มค่าและเป็นสัดส่วนมากขึ้น ส่วนใหญ่แล้วมักต่อเติมหลังบ้านเป็นครัวไทย หรือมุกซักรีด ซึ่งหลังการต่อเติมมักพบปัญหา ผนังแตกร้าว รั่วซึม จนบานปลายถึงขั้นทรุดตัว ปัญหาในการต่อเติมบ้าน ต่างๆเหล่านี้ สามารถแก้ไข และป้องกันได้ กับข้อควรรู้ก่อน ต่อเติมบ้าน

ปัญหาในการต่อเติมบ้าน ที่อาจเกิดขึ้น

โครงสร้าง

ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า “บ้านทุกหลัง หรือทุกอาคารมีการทรุดตัว” ไม่ว่าจะตอก เจาะ เสาเข็มหรือไม่ ก็ตาม ขึ้นอยู่กับว่าจะมาก หรือน้อย แตกต่างกันเมื่อรู้แบบนี้แล้ว ก็ต้องเข้าใจว่า “การต่อเติมบ้าน” โครงสร้างใหม่ เข้าไปกับโครงสร้างบ้านเดิม ย่อมมีการ “แยก” ออกจากกัน โดยเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากโครงสร้างบ้านเดิม อยู่บนเสาเข็มที่ตอกไปแล้ว อาจมีการทรุดบ้าง แต่น้อย เช่น 1 เซนติเมตรต่อ 2 ปีแต่ส่วนต่อเติมบ้าน เช่น ครัวหลังบ้าน ไม่ได้ตอกเข็ม อาจทรุดลงปีละ 3 เซนติเมตร ทำให้เกิดรอยแตกร้าว เป็นต้นสิ่งที่เราพอจะทำได้คือ ป้องกัน/แก้ไข ไม่ให้รอยร้าวนั้น น่าเกลียด ตกแต่งเพื่อความสวยงาม

ผู้รับเหมา/ผู้รับจ้าง

สัญญาว่าจ้างก่อสร้าง ต่อเติมบ้านที่ดีนั้น เอกสารต้องเป็นไปตามที่ตกลงกันของทั้งผู้รับจ้าง และเจ้าของบ้าน เพื่อเป็นการกำหนดข้อตกลงต่าง โดยควรมีรายละเอียดเบื้องต้นดังนี้

  • สัญญาควรระบุว่าผู้รับจ้างเป็นใคร ควรมีเอกสารของบริษัท หรือสำเนาบัตรประชาชนประกอบ เพื่อระบุตัวตนให้ชัดเจน
  • ผู้ว่าจ้างมีจุดประสงค์อย่างไร หมายความว่าให้ทำอะไร ที่ไหน วงเงินเท่าไร รวมถึงระยะเวลาการก่อสร้างนานเท่าไร ซึ่งควรระบุเป็นวันที่ชัดเจน เป็นต้น
  • กำหนดการจ่ายเงินเป็นงวดๆ และกำหนดค่าปรับถ้างานล่าช้ากว่ากำหนด โดยทั่วไปแล้วมักคิดหน่วยเป็นวัน รวมถึงควรระบุงานเพิ่ม-ลด และค่าใช้จ่ายต่างๆที่ผู้รับจ้า (ผู้รับเหมา) ต้องรับผิดชอบ

กฎหมาย

ข้อจำกัดในการ ต่อเติมหลังบ้าน ที่ทุกบ้านควรรู้คือ การเว้นระยะห่างระหว่างอาคารที่ก่อสร้างกับแนวเขตพื้นที่ดินข้างเคียง เพื่อป้องกันความปลอดภัย และง่ายต่อการซ่อมแซม ซึ่ง จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

วิธีป้องกัน ปัญหาในการต่อเติมบ้าน ที่อาจได้พบ

ตรวจสอบโครงสร้างเดิมของบ้านก่อนการต่อเติม

ปัญหาการต่อเติมบ้าน ส่วนใหญ่มักเกิดจากการที่เจ้าของบ้านมองข้ามในการตรวจเช็คโครงสร้างตัวบ้าน และพื้นที่ดินโดยรอบตัวบ้าน โดยเฉพาะโครงการบ้านจัดสรร ที่ก่อสร้างเสร็จไว บางครั้งตัวบ้านถูกสร้างบนที่ดินที่อาจเคยเป็นแหล่งน้ำ เมื่ออาศัยอยู่ได้สักระยะ พื้นดินจะเกิดการทรุดตัว เพราะการถมที่ดินใช้ระยะเวลาสั้น เมื่อมีการต่อเติมบ้านในภายหลัง อาจส่งผลให้เกิดการทรุดตัวจากธรรมชาติเกิดขึ้นได้

ควรแยกโครงสร้างใหม่ ออกจากโครงสร้างเดิม

เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการแยกตัวระหว่างตัวโครงสร้างบ้านเดิม กับส่วนต่อเติม เนื่องจากการต่อเติมบ้าน มักใช้เสาเข็มที่มีขนาดเล็กกว่า ตัวบ้าน เนื่องจากปัจจัยในการเข้าถึงพื้นที่ ที่ไม่สามารถนำปั่นจั่นเข้าไปยังพื้นที่ได้ จึงส่งผลให้โครงสร้างเดิม และส่วนต่อเติมเกิดการทรุดตัวที่แตกต่างกันได้ เพราะขนาดของเสาเข็มแตกต่างกัน อีกทั้งการเดินระบบยังง่ายไม่กระทบกับตัวบ้านเดิมอีกด้วยครับ

คำนวณการรับน้ำหนักของโครงสร้างบ้านหรืออาคารให้เหมาะสม

เจ้าของบ้านต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับการรับน้ำหนักของโครงสร้างบ้าน โดยเฉพาะคานที่มีอยู่เดิม บางครั้งไม่ได้ออกแบบมาเพื่อรองรับน้ำหนักสำหรับก่อกำแพงอิฐ และฉาบปูน แต่เป็นคานสำหรับรับน้ำหนักของพื้น ประกอบกับ ไม่ควรเชื่อมคานยื่นออกไปจากคานเดิม แต่ควรสร้างคานใหม่เพื่อรองรับพื้น เพื่อป้องกันไม่ให้โครงสร้างบ้านเดิมเกิดความเสียหาย เมื่อส่วน ต่อเติมเกิดการทรุดตัว

ศึกษาเรื่องกฎหมาย หรือ พรบ. ควบคุมอาคาร

ข้อจำกัดในการ ต่อเติมหลังบ้าน ที่ทุกบ้านควรรู้คือ การเว้นระยะห่างระหว่างอาคารที่ก่อสร้างกับแนวเขตพื้นที่ดินข้างเคียง เพื่อป้องกันความปลอดภัย ง่ายต่อการซ่อมแซม

โดยมีช่องเปิด หรือหน้าต่าง จำเป็นต้องเว้นระยะห่างจากแนวเขตที่ดินข้างเคียง 2 เมตร แต่หากเป็นผนังทึบ ต้องเว้นระยะ 0.50 เมตร แต่บางครั้งเรามักเห็น ข้างบ้านต่อเติมติดรั้ว ก็อาจเป็นเพราะได้รับความยินยอมจากเจ้าของบ้านข้างเคียงเป็นลายลักษณ์อักษร จึงสามารถสร้างได้ตามข้อตกลง


พบกับความรู้เรื่องบ้าน การก่อสร้าง ได้จาก www.construction-phuket.com

กฎหมาย ต่อเติมบ้าน ที่ควรรู้ เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะตามมา

การต่อเติมบ้านเป็นทางเลือกที่ดี หากคุณกำลังมองเห็นว่าบ้านของคุณยังขาดพื้นที่บางส่วนไป อย่างเช่น ต้องการขยายขนาดของห้องให้ใหญ่ขึ้น ต่อเติมห้องกินข้าวให้ดูทันสมัยมากขึ้น หรือการต่อเติมระเบียงให้เข้ากับสภาพอากาศในพื้นที่ ซึ่งมีข้อ กฎหมาย ควรรู้ก่อน ต่อเติมบ้าน เพื่อให้บ้านของเราเมื่อต่อเติมไปแล้วนั้นไม่มีปัญหาบานปลาย

กฎหมาย ที่ควรรู้ก่อน ต่อเติมบ้าน

ระยะห่างระหว่างอาคารที่ก่อสร้าง/ต่อเติมบ้าน

การต่อเติมอาคารชั้นเดียว หรืออาคารที่มีความสูงไม่เกิน 9 เมตร เช่นการต่อเติมพื้นที่ครัวด้านหลังบ้าน , ต่อเติมห้องด้านข้างรวมถึงลานจอดรถนั้น จะมีข้อกำหนดเรื่องระยะห่างของผนังและที่ดินบ้านข้างเคียง ดังนี้

  • ผนังที่มีช่องเปิด ( เช่น หน้าต่าง, ช่องลมระบายอากาศ, ช่องแสง หรือบล็อคแก้ว) ควรมีระยะห่างจากแนวเขตที่ดินข้างเคียงไม่น้อยกว่า 2.00 เมตร
  • ผนังทึบ (ไม่มีช่องแสง) ควรมีระยะห่างจากแนวเขตที่ดินข้างเคียงไม่น้อยกว่า 50 เซนติเมตร

ต้องได้รับการยินยอมจากบ้านข้างเคียง 

หากต้องการต่อเติมบ้านชิดเขตที่ดินของผู้อื่น ต้องมีหนังสือยืนยันว่า ได้รับการยินยอมจากเจ้าของที่ดินข้างเคียง ในกรณีที่เจ้าของที่ดินข้างเคียงไม่ยินยอม ก็สามารถต่อเติมบ้านได้แต่ต้องทำเป็นผนังทึบ และเว้นระยะห่างจากเขตที่ดินอย่างน้อย 0.50 เมตร

ต้องของอนุญาตจากทางราชการมั้ย

ในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 กำหนดว่าถ้าดัดแปลง-ต่อเติม อาคารจะต้องขออนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น ที่บ้านของเราตั้งอยู่เช่น ถ้าอยู่กรุงเทพฯ ให้แจ้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครโดย ผ่านสำนักงานเขตกรุงเทพฯ ที่บ้านเราตั้งอยู่ หรือถ้าตั้งอยู่ที่ต่างจังหวัดก็ให้ขอ หรือแจ้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดโดยเดินเรื่องผ่านองค์การบริหารส่วนจังหวัดนั่นเอง

แล้วแบบไหนถึงเรียกว่าดัดแปลง-ต่อเติม ?

กฎหมายได้กำหนดข้อยกเว้นกรณีที่ไม่ต้องขออนุญาตก่อสร้างไว้ 5 กรณี ซึ่งหมายความว่าถ้านอกเหนือจากนี้จะต้องขออนุญาต จะมีอะไรบ้างไปดูกันเลย

  • การ “เพิ่ม” หรือ “ลด” เนื้อที่ของพื้นชั้นใดชั้นหนึ่งรวมกันไม่เกิน 5 ตารางเมตร และไม่มีการเพิ่มหรือลดจำนวนเสาหรือคาน  หมายความว่า :  ถ้าเพิ่ม-ลดพื้นที่มากกว่า 5 ตารางเมตร หรือมีการเพิ่มเสาหรือคาน จะต้องขออนุญาต
  • การ “เพิ่ม” หรือ “ลด” เนื้อที่ของหลังคารวมกันไม่เกิน 5 ตารางเมตร และไม่มีการเพิ่มหรือลดจำนวนเสาหรือคาน หมายความว่า :  ถ้าเพิ่ม-ลดพื้นที่หลังคา มากกว่า 5 ตารางเมตร หรือมีการเพิ่มเสาหรือคาน จะต้องขออนุญาต
  • การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอาคาร ด้วยการใช้วัสดุ ขนาด จำนวน และชนิดเดียวกับของเดิมหมายความว่า :  ถ้าเราเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอาคาร ด้วยวัสดุ คนละชนิดกับของเดิมจะต้องขออนุญาต
  • การเปลี่ยนส่วนใดๆ ภายในบ้านที่ไม่ใช่ส่วนที่เป็นโครงสร้างอาคาร ด้วยการใช้วัสดุชนิดเดียวกับของเดิม หรือวัสดุชนิดอื่นที่ไม่ได้เพิ่มน้ำหนักให้แก่โครงสร้างของอาคารเดิมเกิน 10% ของน้ำหนักเดิม หมายความว่า :  ถ้าเราเปลี่ยนแปลงส่วนของอาคาร(ที่ไม่ใช่โครงสร้าง) ด้วยวัสดุอะไรก็ตามที่เพิ่มน้ำหนักให้แก่โครงสร้างเกิน 10 % ต้องขออนุญาต
  • การเปลี่ยน ต่อเติม เพิ่ม ลด เนื้อที่ส่วนใดๆ ก็ตามในบ้านที่ไม่ใช่ส่วนที่เป็นโครงสร้างอาคาร และไม่เพิ่มน้ำหนักให้แก่โครงสร้างเกิน 10% ของโครงสร้างอาคารเดิม หมายความว่า :  ถ้าเรามีการ ต่อเติม เพิ่ม ลด ส่วนของอาคาร(ที่ไม่ใช่โครงสร้าง) ด้วยวัสดุอะไรก็ตามที่เพิ่มน้ำหนักให้แก่โครงสร้างเกิน 10 % ต้องขออนุญาต

การต่อเติมบ้านที่ไม่ได้ขออนุญาต มีโทษหรือไม่ ? 

ทั้งนี้ หากมีการต่อเติมบ้านโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือต่อเติมบ้านผิดไปจากแบบแปลนที่ยื่นขอไว้ จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ


พบกับความรู้เรื่องบ้าน การก่อสร้าง ได้จาก www.construction-phuket.com

ข้อดีข้อเสียบ้านจัดสรร

ข้อดีข้อเสียบ้านจัดสรร

เพราะใครๆ ก็อยากได้บ้านที่สวยที่สุด ถูกใจที่สุด และคุ้มค่าที่สุด ไม่ว่าจะซื้อไว้ลงทุนปล่อยเช่า หรือว่าจะซื้อไว้เพื่ออยู่อาศัยเองกับคนในครอบครัว แต่ว่าทุกคนก็มีนิยามคำว่า “บ้านที่ดี” ไม่เหมือนกัน บ้างก็ชอบบ้านที่มีพื้นที่เยอะๆ บ้างก็ชอบบ้านที่มีสวนกว้าง หรือบ้างก็ชอบบ้านที่มีห้องเยอะๆ ไว้เก็บของ หลายคนที่กำลังซื้อบ้านคงมีคำถามเกิดขึ้นในใจว่า ถ้าซื้อบ้านโครงการจัดสรร จะมี ข้อดีข้อเสียบ้านจัดสรร อย่างไร หรือควรซื้อที่ดินมาสร้างบ้านเองดี เพราะถ้าทั้ง 2 แบบนี้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของบุคคล และครอบครัว ที่แตกต่างกันออกไป

ข้อดีข้อเสียบ้านจัดสรร

โครงการบ้านจัดสรร

ข้อดีของการซื้อบ้านโครงการบ้านจัดสรร

ซื้อง่าย ขายคล่อง หากคุณซื้อบ้านจัดสรรจากบริษัทที่มีการจัดการที่ดี หมายถึงได้รับความสะดวกในการซื้อ เพราะเป็นบ้านสร้างเสร็จสำเร็จรูป เจ้าของบ้านไม่จำเป็นต้องควบคุม ไม่จำเป็นต้องมาตามดูผลงานการสร้างบ้าน ไม่ต้องคิดเรื่องแบบบ้าน ไม่ต้องกังวลเรื่องงบว่าจะบานปลาย หรือผู้รับเหมาหนีงาน เพียงแค่คุณมีเงินจ่าย ทางโครงการเท่านั้นเอง ซึ้งโครงการ มักมีโปรโมชั่น ที่มอบความสะดวกในด้านต่างๆ ทั้งสินเชื่อ การโอนบ้าน หรือแม้แต่การตกแต่งภายใน พร้อมอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า ที่พร้อมเข้าอยู่ได้เลย

ส่วนขายคล่อง หากคุณซื้อบ้านจัดสรรจากบริษัทที่ชื่อเสียงดี ทำเลดี นอกจากจะได้อยู่อาศัยด้วยคุณภาพชีวิตที่ดี ก็ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เพราะบ้านจัดสรรที่ดีๆ มีมาตรฐานนั้น ซื้อง่ายขายคล่องกว่าบ้านสร้างเองเยอะ

ทำเลดี เดินทางสะดวก  โครงการบ้านส่วนใหญ่ มักมองหาทำเล ที่ช่วยให้ผู้อยู่อาศัยเดินทางได้อย่างสะดวก อย่างน้อย ๆ ก็ต้องมีถนนตัดผ่าน สามารถขับรถไปถึงหน้าบ้านได้อย่างแน่นอน หรือมีรถโดยสารประจำทาง รถไฟฟ้า หรือการขนส่งต่างๆ ยิ่งโครงการใด ทำเลดี ใกล้ศูนย์การค้า ใกล้โรงเรียน สถานที่ราชการ โรงพยาบาล หรือสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ โครงการเหล่านั้นมักเป็นที่ต้องการในการจับจองกันอย่างรวดเร็ว ถึงแม้ว่าจะมีราคาสูงกว่าโครงการอื่นๆ ก็ตาม เพราะเมื่อเทียบระยะยาวแล้ว การเดินทางที่สะดวกขึ้น ทำให้ลดค่าใช้จ่าย และระยะเวลาในการเดินทางเป็นอย่างมาก

ภูมิทัศน์ที่แน่นอน โครงการบ้านขนาดใหญ่ ได้มีการจัดวางผังโครงการไว้อย่างเป็นระเบียบ สวยงาม ทำให้ผู้อยู่อาศัย หันไปทางไหนก็จะมองเห็นความเป็นระเบียบ ลักษณะบ้านที่ออกแบบเหมือนกัน คล้ายกัน แน่นอนว่าภายในพื้นที่โครงการ จะไม่มีโครงการหรือโรงงานอะไรมาก่อสร้างในอนาคตแน่นอน จะแตกต่างจากการสร้างบ้าน เลือกที่ดินเอง เพราะในอนาคตต อาจมีโรงงานใหญ่มาอยู่ใกล้บ้าน อาจมีผับ สถานบันเทิงเริงรมณ์ สร้างเสียงดังรบกวน อีกทั้งการสร้างไม่มีระเบียบ ใครอยากจะสร้างแบบไหน ก็สร้างกันได้ มองแล้วก็จะไม่สวยงาม

สิทธิประโยชน์ต่างๆ จากโครงการและบริการหลังการขาย – เป็นสิ่งดีๆ ที่คุณจะได้รับจากการซื้อบ้านจัดสรร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการประกันต่างๆ และเงื่อนไขพิเศษ ที่เป็นประโยชน์ในการเป็นเจ้าของบ้าน ซึ่งจะไม่มีในการปลูกบ้านเองเช่น กล้องวงจรปิด ป้อมยาม กำแพงสูงรอบโครงการ และระบบความปลอดภัยอื่นๆ รวมไปถึงความสะดวกในเรื่องการขอกู้ธนาคาร ชื่อเสียงของโครงการที่น่าเชื่อถือก็จะทำให้กู้ได้ง่ายกว่า

ได้เห็นบ้านสำเร็จก่อนซื้อ – สำหรับโครงการที่มีบ้านตัวอย่าง คุณก็จะได้เห็นภาพบ้านตัวอย่างให้มั่นใจว่า จ่ายเงินไปแล้วจะได้อะไร และถ้าเป็นบ้านที่สร้างเสร็จก่อนขาย คุณก็ได้ซื้อในสิ่งที่ตาเห็น ได้สัมผัสของจริง ด้วยความสบายใจ ไม่ต้องลุ้นเหมือนเวลาสร้างบ้านเอง

ซื้อง่ายขายคล่อง – หากคุณซื้อบ้านจัดสรรจากบริษัทที่ชื่อเสียงดี ทำเลดี นอกจากจะได้อยู่อาศัยด้วยคุณภาพชีวิตที่ดี ก็ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เพราะบ้านจัดสรรที่ดี ๆ มีมาตรฐานนั้น ซื้อง่ายขายคล่องกว่าบ้านสร้างเองเยอะ

ข้อเสียของการซื้อบ้านโครงการบ้านจัด

แบบบ้านมีให้เลือกน้อย : การออกแบบบ้านโครงการจัดสรรต่างๆ นั้น มักนิยมออกแบบมาเพื่อความต้องการที่เป็นกลาง ผู้อยู่อาศัยจะไม่สามารถเลือกแบบบ้าน หรือสั่งพิเศษตามใจได้ อาจจะประยุกต์บางส่วนได้บ้าง แต่โดยโครงสร้างและดีไซน์หลักแล้ว ย่อมเป็นไปตามที่โครงการได้ออกแบบ และสร้างไว้ รวมถึงที่ดิน พื้นที่โดยรวมบริเวณข้างบ้านก็เช่นเดียวกัน จะมีอย่างจำกัดตามที่โครงการได้วางผังไว้ แต่ในข้อเสียก็มีข้อดีซ่อนไว้ นั่นคือความเป็นระเบียบนั่นเอง ก่อนเลือกซื้อจึงควรวางแผนให้ดี ต้องการกี่ห้องนอน มีห้องอะไรบ้าง เพื่อให้การใช้งานเหมาะสมกับครอบครัวมากที่สุด

วัสดุก่อสร้าง : ในด้านการเลือกซื้อวัสดุก่อสร้าง หากเป็นการสร้างบ้านเอง เจ้าของบ้านสามารถควบคุม สั่งซื้อได้ตามเกรดของวัสดุ รวมถึงสีสันของการตกแต่ง แต่หากเป็นบ้านโครงการมักมาสำเร็จรูป ผู้ซื้อจะไม่สามารถสั่งวัสดุแบบละเอียดได้ ยกเว้นโครงการที่จองก่อนสร้าง อาจมีการเปลี่ยนแปลงบางส่วนได้บ้าง แต่มีค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นตามมาเช่นกัน

ราคาสูง : ถ้าเราเปรียบเทียบจากทำเล และขนาดของตัวบ้าน โดยส่วนใหญ่แล้วบ้านโครงการจะมีราคาสูงกว่าบ้านสร้างเอง เพราะบ้านโครงการนั้นมีการดูแลหลายภาคส่วน มีการจ้างพนักงานจำนวนมาก รวมถึงต้นทุนในการตลาดอีกด้วย อาจไม่เหมาะ สำหรับผู้ที่ต้องการมีพื้นที่ใช้สอยเยอะ แต่ต้องการประหยัดงบ ไม่เพียงเท่านี้ โครงการบ้านทำเลดีๆ ผู้อาศัยจริง มักไม่ได้เป็นผู้ซื้อรายแรก เพราะส่วนใหญ่แล้วมักผ่านการจับจองจากนักลงทุน เพื่อขายเก็งกำไร จะทำให้ผู้อยู่อาศัยจริง ซื้อบ้านในราคาที่สูงขึ้น

ค่าส่วนกลาง : บ้านโครงการจะมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย แต่นั่นคุณก็จะต้องจ่ายค่าส่วนกลางรายปี ซึ่งเจ้าของบ้านทุกหลัง ร่วมกันรับผิดชอบ เพื่อให้โครงการยังคงอยู่ได้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย อาจมีบางโครงการเมื่อเวลาผ่านไป อาจดูแลได้ไม่ดีนัก ตรงส่วนนี้ผู้ซื้อ จึงจำเป็นต้องศึกษาประวัติผลงาน ของแต่ละโครงการให้ดี ๆ เพราะหากบริการหลังการขายแย่แล้ว ผู้ซื้อจำเป็นต้องทนอยู่ไปอีกนาน


พบกับความรู้เรื่องบ้าน การก่อสร้าง ได้จาก www.construction-phuket.com