construction phuket

ก่อสร้าง ภูเก็ต

Archives March 2022

กฎหมาย ควรรู้ก่อนสร้างบ้าน ด้วยตนเองเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในภายหลัง

หากคุณมีที่ดินบนทำเลที่ดี ก็เหมาะที่จะสร้างบ้านของตัวเอง ซึ่งต้นทุนอาจจะต่ำกว่าซื้อบ้านจัดสรรบนทำเลเดียวกันก็ได้ และหากคุณพร้อมไปด้วยปัจจัยภายใน ทั้งเรื่องงบประมาณ ทำเล ความเป็นส่วนตัว ความปลอดภัยแล้ว ก่อนจะทำการสร้างบ้าน ยังมีเรื่องของกฎหมายที่ ควรรู้ก่อนสร้างบ้าน ซึ่งเชื่อมโยงไปถึงขนาดที่ดิน ประเภทที่ดินที่ครอบครองอยู่ ก่อนสร้างบ้านจึงต้องมาดูข้อกฎหมายที่ดิน และการปลูกสร้างกันก่อนว่า ที่ดินแบบนี้ สามารถปลูกสร้างบ้านได้แบบไหน ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดกฎหมายที่ดินอย่างไรบ้าง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาภายหลัง

กฎหมาย ควรรู้ก่อนสร้างบ้าน

ก่อนจะสร้างบ้าน อาจจะต้องมีการถมที่ เพื่อปรับระดับที่ดิน เพื่อให้เข้าหลักเกณฑ์ และกฎหมายพระราชบัญญัติการขุดดินและการถมดิน พ.ศ. 2543 ประกอบด้วยมาตราที่เกี่ยวข้องหลัก ๆ ด้วยกัน 3 มาตรา คือ

– มาตราที่ 17 ผู้ใดประสงค์จะทำการขุดดิน โดยมีความลึกจากระดับพื้นดินเกิน 3 เมตร หรือมีพื้นที่ปากบ่อดินเกิน 10,000 ตารางเมตร หรือมีความลึกหรือพื้นที่ตามที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นประกาศกำหนด ให้แจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น ตามแบบที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนด

– มาตรา 24 การขุดดินโดยมีความลึกจากระดับพื้นดินไม่เกิน 3 เมตร เมื่อจะขุดดินใกล้แนวเขตที่ดินของผู้อื่นในระยะน้อยกว่าสองเท่าของความลึกของบ่อดินที่จะขุดดิน ต้องจัดการป้องกันการพังทลายของดินตามวิสัยที่ควรกระทำ

– มาตรา 26 ผู้ใดประสงค์จะทำการถมดินโดยมีความสูงของเนินดินเกินกว่าระดับที่ดินต่างเจ้าของที่อยู่ใกล้เคียง และมีพื้นที่ของเนินดินไม่เกินสองพันตารางเมตร หรือ มีพื้นที่ตามที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นประกาศกำหนด ต้องจัดให้มีการระบายน้ำเพียงพอที่จะไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่เจ้าของที่ดินที่อยู่ข้างเคียงหรือบุคคลอื่น พื้นที่ที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นประกาศกำหนดตามวรรคหนึ่ง ต้องไม่เกินสองพันตารางเมตร

เมื่อทำการปรับปรุงที่ดินที่จะขึ้นบ้านใหม่เสร็จ สิ่งที่เจ้าของบ้านจะต้องดูต่อไปในเรื่องการขออนุญาตเจ้าพนักงานท้องถิ่น ซึ่งต้องได้รับการอนุญาตก่อนจากเจ้าพนักงานก่อน หากเจ้าของที่ดินมีการว่าจ้างบริษัทสร้างบ้าน ส่วนใหญ่บริษัทสร้างบ้านจะเป็นคนดำเนินการในส่วนนี้ให้

หลังจากได้รับการอนุญาตในการสร้างบ้านแล้ว สิ่งต่อมาที่ควรคำนึงถึงก็คือพระราชบัญญัติการควบคุมอาคาร พ.ศ. 2544 ซึ่งส่วนใหญ่การสร้างบ้านขึ้นเอง จะต้องดูข้อกฎหมายหลัก ๆ ด้วยกัน 4 มาตรา ดังนี้

– มาตรา 36 “ที่ว่าง” หมายความว่า พื้นที่อันปราศจากหลังคาหรือสิ่งก่อสร้างปกคลุม ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวอาจจะจัดให้เป็นบ่อน้ำ สระว่ายน้ำ บ่อพักน้ำเสีย ที่พักรวมมูลฝอยหรือที่จอดรถ ที่อยู่ภายนอกอาคารก็ได้ และให้ความหมายรวมถึงพื้นที่ของสิ่งก่อสร้างหรืออาคารที่สูงจากระดับพื้นดินไม่เกิน 1.20 เมตร และไม่มีหลังคาหรือสิ่งก่อสร้างปกคลุมเหนือระดับนั้น ซึ่งกฎหมายจะบังคับให้มีที่ว่างโดยรอบบ้านตั้งแต่ตัวอาคารจรดรั้วผนังด้านนอกตั้งแต่ 2 ม. เป็นต้นไป

– มาตรา 50 อาคารที่ก่อสร้างหรือดัดแปลงใกล้ถนนสาธารณะที่มีความกว้างน้อยกว่า 6 เมตร ให้ร่นแนวอาคารห่างจากกึ่งกลางถนนสาธารณะอย่างน้อย 3 เมตร มิให้มีส่วนของอาคารล้ำเข้ามาในแนวร่นดังกล่าว ยกเว้นรั้วหรือกำแพงกั้นแนวเขตที่สูงไม่เกิน 2 เมตร

– มาตรา 51 ที่ดินที่อยู่มุมถนนสาธารณะที่กว้างตั้งแต่ 3 เมตรขึ้นไปแต่ไม่เกิน 8 เมตร และมีมุมหักน้อยกว่า 135 องศา รั้วหรือกำแพงกั้นเขตต้องปาดมุมมีระยะไม่น้อยกว่า 4 เมตร และทำมุมกับแนวถนนสาธารณะเป็นมุมเท่าๆ กันห้ามมิให้รั้ว กำแพง หรือส่วนของอาคารยื่นล้ำเข้ามาในที่ดินส่วนที่ปาดมุม

– มาตรา 54 อาคารด้านชิดที่ดินเอกชน ช่องเปิด ประตู หน้าต่าง ช่องระบายอากาศ หรือริมระเบียงสำหรับชั้น 2 ลงมาหรือสูงไม่เกิน 9 เมตร ต้องอยู่ห่างเขตที่ดินไม่น้อยกว่า 2 เมตร และสำหรับชั้น 3 ขึ้นไปหรือสูงเกิน 9 เมตร ต้องห่างไม่น้อยกว่า 3 เมตร

– มาตรา 55 อาคารที่มีความสูงไม่เกิน 15 เมตร (บ้านเดี่ยวประมาณ 2 ชั้น) ต้องมีที่ว่างโดยรอบอาคารไม่น้อยกว่า 1 เมตร ยกเว้นบ้านพักอาศัยที่มีพื้นที่ไม่เกิน 300 ตารางเมตร อาคารที่มีความสูงเกิน 15 เมตร ต้องมีที่ว่างโดยรอบอาคารไม่น้อยกว่า 2 เมตร

– มาตรา 56 บ้านพักอาศัยที่มีพื้นที่ไม่เกิน 300 ตารางเมตร ให้ผนังด้านที่ไม่มีช่องเปิดสามารถสร้างห่างเขตที่ดินได้น้อยกว่า 1 เมตร ถ้าห่างเขตที่ดินน้อยกว่า 50 เซนติเมตร ต้องได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากเจ้าของที่ดินด้านนั้นด้วย


พบกับความรู้เรื่องบ้าน การก่อสร้าง ได้จาก www.construction-phuket.com

วัสดุปูพื้นภายนอก

วัสดุปูพื้นภายนอก

วัสดุปูพื้นภายนอก นั้นมีหลายแบบ และหลายวัดถุประสงค์ เช่น พื้นไม้เพิ่มความอบอุ่นสวยงามเดินแล้วสบาย หรือพื้นหินทรายเพิ่มความเป็นสุขุมให้กับสวน หรือพื้นหินแม่น้ำเพิ่มความเรียบง่ายและสง่างาม หรือพื้นปูนที่ดูง่ายๆ แต่ได้ประโยชน์ใช้สอยเต็มที่ เรามาดูว่าวัสดุแต่ละชนิดนั้น เป็นอย่างไรกันบ้าง

กระเบื้องปูพื้น

กระเบื้องปูพื้น ที่ควรเลือกใช้ในงานภายนอก ควรเลือกที่มีความทนทาน มากกว่ากระเบื้องปูพื้นทั่วๆไป เพราะจะต้องทนต่อแสงแดดตลอดวัน และความชื้นจากภายนอก ดังนั้นกระเบื้องที่แนะนำ ให้ใช้ปูภายนอก คือกระเบื้องเอ็กซ์พอร์ซเลน ที่มีความทนทานกว่ากระเบื้องทั่วไป ทนต่อแรงกดได้มากกว่ากระเบื้องเซรามิค และสามารถดูดซึมน้ำต่ำ ปลอยภัย ไม่ลื่นง่าย และมีให้เลือกหลายลวดลายทั้งลายหินธรรมชาติ ที่มีผิวสัมผัสเหมือนจริง และลายไม้ที่ใช้ลาย และผิวคล้ายลายไม้ เรียกได้ว่าตอบโจทย์ในการใช้งานนอกบ้านมากๆ

พื้นไม้จริง

นับว่าเป็นวัสดุยอดนิยม สำหรับงานตกแต่งเสมอ ทั้งภายนอก และภายใน การเลือกใช้ไม้เป็นส่วนประกอบ จะช่วยให้ความรู้สึกอบอุ่น ใกล้ชิดธรรมชาติ สร้างบรรยากาศที่สงบร่มเย็นให้กับพื้นที่นั้นๆ ได้เป็นอย่างดี  ปัจจุบันในการผลิตไม้จริงนั้นมีเทคโนโลยีที่ช่วยให้ไม้จริงมีความแข็งแรงทนทานต่อสภาพอากาศที่แปรปรวนมากขึ้น ลดปัญหาเรื่อง ปลวก แมลง เชื่อรา ทั้งนี้ควรเลือกใช้ไม้ที่ผลิตจากโรงงานที่มีมาตรฐาน รวมถึงการเลือกใช้น้ำยารักษาเนื้อไม้ที่มีคุณภาพ ก็สามารถช่วยยืดอายุของไม้ให้คงทนยาวนานได้เช่นกัน

พื้นไม้เทียม, พื้นไม้เทียมพลาสติกคอมโพสิต

ไม้เทียมคอมโพสิต มีหลากสีหลายลายให้เลือกใช้ เช่น ลายไม้ หรือลายเสี้ยน มักใช้บริเวณรอบๆ สะว่ายน้ำ พื้นทางเดินในสวน หรือพื้นระเบียงภายนอก เนื่องจากเป็นวัสดุที่ให้ผิวสัมผัสเหมือนไม้จริง และป้องกันปลวกได้ดีกว่าเพราะมีส่วนผสมของพลาสติก แต่สิ่งที่ต้องระวังคือ ควรติดตั้งไม้เทียมให้ถูกวิธีตามมาตรฐานของผู้ผลิต ปัญหาที่พบส่วนใหญ่คือ ไม้ดีด โก่ง งอ ซึ่งมีสาเหตุมาจากการติดตั้งที่ไม่ถูกวิธี เช่น ไม่เว้นระยะให้วัสดุขยายหรือหดตัวส่งผลให้ให้ไม้ดีด หรือการใช้อุปกรณ์ประกอบที่ไม่ได้มาตรฐาน ตามที่ผู้ผลิตไม้เทียมกำหนดไว้ ก็เป็นสาเหตุให้มีปัญหาในการใช้งานได้เช่นกัน

หญ้าเทียม

หญ้าเทียมนั้นตอบโจทย์มาก สำหรับคนที่ต้องการความเป็นธรรมชาติ แต่ไม่มีเวลาดูแลรักษา ทั้งการตัดแต่งต่างๆ เพียงปูพื้นที่หน้าบ้าน ด้วยหญ้าเทียมที่มีให้เลือกหลายแบบ ก็หมดปัญหาเรื่องการดูแลสนามหน้าบ้านได้เลย เพราะเป็นวัสดุที่ถูกนำมาใช้งานทั้งพื้นที่ภายนอก และภายใน เนื่องจากเป็นวัสดุเลียนแบบหญ้าธรรมชาติ ที่ผลิตจากใยสังเคราะห์โพลีเอทิลีน นิยมใช้ปูพื้นในสนามกีฬา หรือนอกอาคาร เพื่อตกแต่งสถานที่ จัดเป็นวัสดุที่มีความคงทนสูง, ระบายน้ำได้ดี แต่หญ้าเทียมนั้น ถึงแม้จะสะดวกสบายในเรื่องการดูแลรักษา แต่ก็มีราคาสูง ซึ่งเมื่อเทียบในระยะยาวแล้ว ก็ถือว่าคุ้ม

พื้นหินธรรมชาติ 

พื้นหินธรรมชาติ ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือก ที่จะช่วยสร้างบรรยากาศที่ร่มรื่น และเข้าถึงธรรมชาติได้มากที่สุด นอกจากนั้นการเลือกวัสดุชนิดนี้ สำหรับการปูพื้นภายนอกอาคาร จะช่วยให้ที่พักอาศัยของเรามีเสน่ห์มากยิ่งขึ้น แน่นอนว่าคุณสมบัติเด่นที่สุดของพื้นหินธรรมชาติ คงเป็นเรื่องของความสวยงามเฉพาะตัว ที่ไม่มีวัสดุชนิดไหนทำได้ บวกกับสามารถสร้างสรรค์งานออกแบบในสไตล์ที่เกี่ยวข้องกับธรรมชาติอย่าง Nature หรือ Topical ได้อย่างลงตัว เมื่อบวกกับความแข็งแรงทนทานด้วยแล้ว ยิ่งทำให้วัสดุชนิดนี้มีความน่าสนใจไม่น้อย

บล็อกปูพื้น

สำหรับใครที่ต้องการพื้นที่มีความแข็งแรง ทนทานใช้งานได้ยาวนาน ควรเลือกบล็อกปูพื้นที่มีความทนทาน สามารถกระจายน้ำหนักได้ดี รับแรงกด และแรงกระแทกได้ดี ทั้งยังสามารถแก้ไข ปรับแต่งรูปแบบได้หลากหลาย โดยบล็อกปูพื้นนั้น จะนิยมใช้ปูพื้นรอบบ้านที่มีรถวิ่งประจำ แต่หากอยากได้ความเป็นธรรมชาติร่วมด้วย ก็สามารถเลือกบล็อกที่เป็นบล็อกปลูกหญ้า ก็สามารถตอบโจทย์คนรักธรรมชาติได้ดี

พื้นหินทราย

หินทราย ถือเป็นทางเลือก ที่นักออกแบบทางภูมิสถาปัตย์ส่วนใหญ่ นิยมใช้งานอย่างแพร่หลาย เนื่องจากจุดเด่นของสี ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว บวกกับพื้นผิวของวัสดุ ที่มีความแตกต่างจากวัสดุชนิดอื่น ด้วยความละเอียดของเนื้อวัสดุ ที่มีลักษณะเป็นทรายละเอียด บวกกับสี ที่ค่อนข้างเฉพาะตัว อย่าง เหลือง, แดง, ขาว, เขียว จึงทำให้ช่วยสร้างอารมณ์ให้ใกล้ชิดกับธรรมชาติได้มากยิ่งขึ้น บวกกับวัสดุปูพื้นชนิดนี้ ยังมีให้เลือกใช้งาน ทั้งแบบผิวธรรมชาติ, ผิวต๊อก, ผิวขัดเรียบ, ผิวพ่นไฟ เป็นต้นฯ

พื้นกรวดล้าง 

กรวดล้างมีความแข็งแกร่งทนทาน และที่สำคัญคือ กันลื่นได้ดี ผลิตจากกรวดทะเลก้อนเล็กกลมมน ซึ่งมีหลายสี เช่น น้ำตาลนวล เหลืองเข้ม เหลืองอ่อน เขา เทา ดำ ผสมกับปูนซีเมนต์ขาวแล้วทำการล้าง หรือขัดผิวของซีเมนต์ขาวด้านบนออกให้เห็นตัวเม็ดกรวด กรวดที่นำมาใช้นั้นมีให้เลือกหลายเบอร์ โดยเบอร์ยิ่งมากกรวดก็ยิ่งมีขนาดเล็ก กรวดล้างนิยมใช้เป็นพื้นรอบสระว่ายน้ำ หรือพื้นลานจอดรถ การทำกรวดล้างสามารถทำในที่ได้ ซึ่งจะทำพื้นที่ใหญ่แค่ไหนก็ได้ตามที่ต้องการ แต่ต้องแบ่งแนวด้วยเส้นอะลูมิเนียม หรือเส้นแบ่งแนวพีวีวี เพื่อป้องกันการแตกร้าวของวัสดุ เช่นเดียวกันกับที่เราใช้เส้นแบ่งแนวกับพื้นหินขัด ปัจจุบันกรวดล้างมีแบบแผ่นสำเร็จรูป ซึ่งสามารถใช้งานได้สะดวกกว่าเดิมมาก เพราะไม่ต้องจ้างช่างมาติดตั้งหน้างาน 

พื้นทรายล้าง (Washed Sand Flooring)

ทรายล้างผลิตโดยกรวดละเอียดจากแหล่งน้ำจืดซึ่งมีขนาด และสีให้เลือกใช้เพียงแบบเดียวคือ สีน้ำตาลแดงเหมือนทรายทั่วไป กรวดล้างและทรายล้างนั้นเมื่อใช้งานไปซักระยะ อาจมีคราบตะไคร่ หรือคราบเชื้อราเกิดขึ้นได้ ในขั้นตอนการติดตั้ง ควรเคลือบผิวด้วยน้ำยาป้องกันตะไคร่น้ำ และเชื้อรา ซึ่งสามารถช่วยป้องกันคราบสกปรกต่างๆ ได้ด้วย การทำความสะอาดสามารถใช้เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงได้ และไม่ควรใช้น้ำยาทำความสะอาดที่มีฤทธิ์เป็นกรด

พื้นกรวดแม่น้ำ (Pebbles)

กรวดแม่น้ำมีลักษณะกลมมน ช่วยปิดผิวดินทำให้ภาพรวมดูสวยสะอาดตา และยังลดการกระเด็นของดินโคลนเวลาฝนตกได้อีกด้วย จึงนิยมใช้ในการตกแต่ง หรือจัดสวน โดยเฉพาะบริเวณรอบๆ ต้นไม้ ริมผนังอาคาร หรือบริเวณทางเดินแต่อาจจะไม่สะดวกสำหรับผู้ที่ใช้รถเข็น  มีให้เลือกหลายสี เช่น สีน้ำตาล สีส้ม สีเหลือง สีขาว สีดำ ขึ้นอยู่กับแหล่งที่มา การป้องกันกรวดจม สามารถทำได้โดยเททรายรองด้านล่างก่อนแล้วอัดให้แน่น จากนั้นจึงขึงตาข่ายพลาสติกให้ทั่วบริเวณ เพื่อป้องกันไม่ให้หิน หรือกรวด ที่เราเอามาโรยนั้นจมหายไป และเพื่อความสวยงามควรโรยกรวดให้แน่นพอสมควร เพราะถ้าห่างไปจะทำให้เห็นตาข่ายด้านล่างได้ 

เทพื้นคอนกรีต

หากบ้านไหนไม่มีเวลาในการดูแลรอบบ้าน หรือเบื่อในการตัดหญ้ารอบบ้าน วิธีนี้สะดวก รวดเร็ว และประหยัด เพียงเทคอนกรีตโดยรอบบ้าน โดยในการเทนั้น ก็ควรดูในเรื่องของการรับน้ำหนักของพื้นที่นั้นๆ ว่ามีรถผ่านบ่อย หรือเป็นเพียงทางเดินไม่มีรถผ่าน ซึ่งคอนกรีตสำเร็จรูปนั้น มีให้เลือกค่าStrength หรือค่ากำลังอัดคอนกรีต ที่เหมาะสมสำหรับแต่ละพื้นที่นั้นเอง นอกจากนี้เพื่อเพิ่มลวดลายให้บ้านดูมีมิติยิ่งขึ้น อาจทำเป็นพื้นคอนกรีตพิมพ์ลาย ที่ให้ลายเหมือนกับการปูบล็อกปูพื้น แต่ราคาประหยัดกว่านั่นเอง

วัสดุปูพื้นภายนอก นั้นยังมีอีกหลากหลายชนิด ให้เราได้เลือกใช้ เพื่อตกแต่งบ้านของเรา ให้เข้ากับสไตล์ และความชอบของเรา


พบกับความรู้เรื่องบ้าน การก่อสร้าง ได้จาก www.construction-phuket.com

วัสดุปูพื้นภายใน

วัสดุปูพื้นภายใน มีทั้งประเภทที่เน้นความสบายในการเดินเท้าเปล่า เช่น พื้นไม้จริง และไม้เทียม ประเภทเน้นความทนทาน เช่น พื้นกระเบื้องและหิน และประเภทที่มีลักษณะพิเศษ เช่น พื้นกระจก และพื้นโลหะกันลื่น โดยเลือกใช้ให้เหมาะสมกับการใช้งานและสไตล์การตกแต่ง

กระเบื้องเซรามิก เป็นวัสดุปูพื้นที่นิยมมาก เพราะมีราคาถูก มีความแข็งแกร่งทนทาน น้ำหนักเบา กันน้ำได้ดี ทำความสะอาดง่าย ทั้งยังมีหลากหลายสีสัน และลวดลาย ติดตั้งได้ทั้งภายนอกและภายใน โดยทั่วไปแล้วกระเบื้องเซรามิกจะแบ่งตามการใช้งานเป็นแบบปูพื้น และแบบกรุผนัง และยังแบ่งตามผิวเคลือบอีก 2 ชนิด ได้แก่ชนิดเคลือบผิวมัน (Glossy) และผิวธรรมดา (Matt) ซึ่งแบบผิวธรรมดาก็ยังแบ่งเป็นกระเบื้องผิวไม่หยาบ (Satin) และผิวหยาบ (Rustic) อีกด้วย แต่ข้อด้อยของกระเบื้องเซรามิก ก็คือ ถ้าช่างปูพื้นไม่ดีกระเบื้องจะแตกเสียหายและซ่อมค่อนข้างยาก และอีกข้อคือผิวสัมผัสค่อนข้างเย็นอาจไม่เหมาะกับบ้านที่มีผู้สูงอายุ แต่ส่วนประกอบทำจากวัตถุดิบธรรมชาติ เช่น ดิน หิน หรือแร่ต่างๆ เป็นหลัก ยิ่งไปกว่านั้นยังมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน เฉลี่ยมากกว่า 15 ปีขึ้นไป

ข้อดี

-สีสัน ลวดลายให้เลือก หลายขนาด หลายราคา

-ราคาไม่แพง หาซื้อง่าย

ข้อด้อย

-รื้อแล้วนำกลับมาปูใหม่ไม่ได้

-เปียกน้ำแล้วมักจะลื่น ผิวสัมผัสเย็นเท้า

-เหมาะสำหรับพื้นที่มีโอกาสเปียกน้ำ หรือโดนความชืนบ่อยๆ เช่น ห้องครัว ห้องน้ำ

พื้นหินอ่อน หรือหินแกรนิต พื้นหินอ่อน และหินแกรนิต เป็นวัตถุดิบที่ได้จากกระบวนการทางธรรมชาติ ดังนั้นจึงให้บรรยากาศของความหรูหรา มีระดับ และมีลวดลายสวยงาม โดยหินแกรนิตจะแข็งแรง ทนรอยขีดข่วนได้มากกว่าหินอ่อน แต่หินอ่อนจะให้ความรู้สึกหรูหรามากกว่า ส่วนมากนิยมใช้หินอ่อน และหินแกรนิตปูพื้นภายในอาคาร และมีเวลาใช้งานที่ยาวนานกว่า 10 ปี ในอดีตนิยมการใช้หินอ่อนย่างแพร่หลาย สังเกตุได้จากสถานที่สำคัญต่างๆ แต่ในปัจจุบันกลับมีการใช้งานน้อยลง เพราะมีวัสดุอื่นทดแทนที่มีคุณสมบัติเทียบเท่า หรือใกล้เคียงกันในราคาที่ถูกกว่า เช่น กระเบื้องแกรนิตโต้

ข้อดี

-ทำความสะอาดง่าย

-ทนทานมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน

-ลวดลายสวยงาม

-มีความหรูหรา และเป็นเอกลักษณ์

ข้อด้อย

-ไม่ทนต่อกรด

-ผิวสัมผัสลื่นเมื่อโดนน้ำ

-ไม่ทนต่อรอยขีดข่วน

-ซีดจางง่าย ถ้าโดนแสงแดดจัด

กระเบื้องแกรนิตโต้ หรือ กระเบื้องเซรามิกชนิดหนึ่ง ที่เป็นกระเบื้องหินเทียม ที่พัฒนาขึ้นเพื่อใช้ทดแทนหินแกรนิตธรรมชาติ มีส่วนผสมของผงหินแกรนิต แล้วนำไปผ่านการเผาด้วยความร้อนสูง แข็งแรงเทียบเท่าหินแกรนิต โดยทั่วไปแข็งแกร่งกว่ากระเบื้องเซรามิกชนิดอื่น เนื้อกระเบื้องเป็นเนื้อเดียวทั้งแผ่น เมื่อแตกจึงไม่เห็นรอยต่างจากกระเบื้องเซรามิก แกรนิตโต้มีราคาสูงกว่ากระเบื้องเซรามิกเพราะเป็นกระเบื้องที่มีอัตราการดูดซึมน้ำต่ำ ทนทาน จึงเหมาะกับการปูพื้น และผนัง ใช้ได้ทั้งภายในและภายนอก โดยกระเบื้องแกรนิตโต้มีทั้งผิวหยาบ ผิวเรียบ ผิวมันเงา สามารถเลือกสภาพผิวได้ตามการใช้งาน

ข้อดี

-แข็งแรง ทนต่อรอยขีดข่วน

-มีขนาด และลวดลายหลายแบบ

-การดูดซึมน้ำต่ำ

-ปูได้ทั้งงานภายใน และงานภายนอก งานพื้น งานผนัง

ข้อด้อย

-เปียกน้ำแล้วมักจะลื่น

-ค่าปูท่าค่อนข้างแพง

พื้นไม้ หรือพื้นไม้กระดาน คือไม้จริงตามธรรมชาติ มีอยู่มากมายหลายชนิดตามพันธุ์ไม้ โดยชนิดที่นิยมใช้กันโดยทั่วไปได้แก่ ไม้แดง ไม้มะค่า และไม้สัก มีคุณสมบัติเด่น คือมีความแข็งแรงทนทาน มีสีสันสวยงามเป็นธรรมชาติ ตามชนิดของไม้นั้นๆ อาทิเช่นไม้โอ้คจะมีสีเหลือง ไม้บีชสีจะออกส้ม ไม้เมเปิ้ลจะออกขาวนวลๆ และ ไม้วอลนัทจะออกเป็นสีน้ำตาล เป็นต้น

ยังสามารถขัดหรือทำสีใหม่ได้อยู่ตลอดแม้ใช้ไปนานวัน พบเห็นได้ตามบ้านทรงไทย ราคาพื้นไม้โดยทั่วไปค่อนข้างแพงไป แต่ก็ให้ความรู้สึกอบอุ่น สบายเมือสัมผัส ราคาไม้ที่แพงในปัจจุบันเนื่องจากไม้เป็นวัสดุที่หายากขึ้น แต่ก็มีการใช้วัสดุอื่นมาทดแทนไม้แผ่น ส่วนข้อควรระวังของพื้นไม้จะต้องระวังเรื่องความชื้น ถ้าเปียกต้องรีบเช็ดและระวังรอยขีดข่วนอาจเกิดขึ้นง่าย นอกจากนี้อาจมีปัญหาเรื่องการยืดหดตัวด้วย ปัจจุบันการปูพื้นจะปูทับลงไปบนพื้นคอนกรีตเลย ทำให้ไม่มีเสียงดังเวลาเดิน

ข้อดี

-ติดตั้งรวดเร็ว

-สวยงามเป็นธรรมชาติ

-หากผิวหน้าเป็นรอย สามารถขัดทำสีใหม่ได้

ข้อด้อย

-ราคาแพง

-ต้องระวังปลวก

-ไม่ทนไฟ

-ยืดหดตามสภาพอากาศ

พื้นไม้ลามิเนต  เป็นวัสดุที่เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น เพราะเป็นวัสดุสังเคราะห์ที่ให้ความรู้สึกใกล้เคียงกับไม้จริง โดยนำเยื่อไม้มาบดละเอียดและอัดขึ้นมาเป็นแผ่น จุดแข็งข้อสำคัญของพื้นไม้ลามิเนต คือ ราคาที่ถูกกว่าพื้นไม้จริงอยู่หลายเท่า และ การใช้วัสดุพื้นไม้ลามิเนต ยังเป็นการลดการตัดไม้ทำลายป่าไปในตัว ด้วยราคาพื้นไม้ลามิเนตที่ถูกกว่า แต่ยังให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาตติ เหมือนวัสดุพื้นไม้จริง

ข้อดี

-สามารถติดตั้งได้ง่าย ซ่อมง่าย

-ทนแรงกระแทก

-ทำความสะอาดได้ง่าย

ข้อด้อย

-อย่าให้มีน้ำขัง เพราะจะทำให้แผ่นลามิเนตบวม และหลุดล่อน

-ไม่ทนแรงกระแทก สึกหรอง่าย

-ถ้าวัสดุปูรองพื้นไม่หนาพอ เวลาเดินแล้วจะเสียงดังก๊อกแก๊ก

อีพ็อกซี่ เป็นสารที่ใช้เคลือบผิวพื้นปูนอีกที ช่วยปกป้องรักษาพื้นผิวไม่ให้แตกร้าว มีคุณสมบัติพิเศษคือ พื้นไร้รอยต่อ แข็งแกร่งรับน้ำหนักได้ดีทนทานต่อกรด ด่าง และสารเคมีทุกชนิด ปราศจากฝุ่น ทำความสะอาดง่าย ไม่เป็นเชื้อรา มีหลายสีให้เลือกและทำผิวได้หลายแบบทั้ง ผิวเรียบมัน ผิวหยาบ ผิวมันเงา และผิวด้าน นอกจากนี้พื้นอีพ็อกซี่ยังให้ความยืดหยุ่นตัวได้ดี ทำให้ปกปิดรอยแตกเล็กๆ ของพื้นผิวปูนได้ดีกว่า มักใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม แต่ด้วยภาพลักษณ์ที่ดูดิบ เท่ห์ ปัจจุบันก็มีการนำมาใช้อย่างแพร่หลายมากขึ้นทั้งในบ้าน และสำนักงาน

ข้อดี

-ทนทาน

-ปกปิดรอยแตกได้ดี

-ทำความสะอาดง่าย

-ไม่มีรอยต่อและรูพรุน

– ติดตั้งได้รวดเร็ว

ข้อด้อย

-เป็นรอยขีดข่วนได้ง่าย

– พื้นผิวลื่นเมื่อเปียกน้ำ และหลุดร่อนง่าย

-ไม่เหมาะสมต่อการที่จะใช้เพื่อรองรับน้ำหนัก

วัสดุปูพื้นภายใน ที่ได้นำเสนอไปนั้น เป็นเพียงส่วนหนึ่ง ของวัสดุปูพื่น ที่ได้รับความนิยมเท่านั้น ยังมีวัสดุอีกหลากหลายประเภท ที่อาจจะไม่ค่อยได้รับความนิยมแล้ว เช่น พื้นหินขัด หรือพรม เป็นต้น


พบกับความรู้เรื่องบ้าน การก่อสร้าง ได้จาก www.construction-phuket.com

บ้านสไตล์ต่างๆ ที่เข้ากับการอยู่อาศัย และสภาพแวดล้อม ในบ้านเรา

บ้านเปรียบเสมือนเป็นพื้นที่สรวงสวรรค์ ของการพักผ่อน เป็นที่สำหรับครอบครัวอย่างแท้จริง การสร้างบ้านอยู่อาศัยที่ ตอบรับไลฟ์สไตล์ของเรา และบ้านที่มีความโดดเด่นสวยงาม มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว การเลือกแบบบ้านถือเป็นโจทย์สำคัญที่เจ้าของบ้านต้องตอบให้ได้ ก่อนให้บริษัทรับสร้างบ้านออกแบบบ้าน และในปัจจุบันนี้มีแบบบ้านให้เลือกมากมายหลายสไตล์ ทั้งให้เข้ากับการอยู่อาศัย ลักษณะภูมิประเทศ และสภาพแวดล้อม มาดูกันว่า บ้านสไตล์ต่างๆ ที่คนไทยนิยมสร้าง มีอะไรบ้าง

1. Modern Style แบบบ้านโมเดิร์นดีไซน์ทันสมัย

แบบบ้านที่มีความทันสมัยของรูปทรง โดยเฉพาะการเล่นดีไซน์กับรูปทรงเรขาคณิต และลดทอนรายละเอียดต่างๆ ที่เกินจำเป็นออก เพื่อสร้างความคุ้มค่าของพื้นที่ใช้สอย ตัวบ้านที่มีความเรียบง่าย ใช้รูปทรงเรขาคณิต โดยเน้นการใช้รูปทรงสี่เหลี่ยมเพื่อการใช้สอยพื้นที่อย่างคุ้มค่า แต่แฝงไปด้วยการดึงจุดเด่นที่มีความเป็นเอกลักษณ์ของดีไซน์ทำให้ตัวบ้านดูเก๋และแตกต่าง การดีไซน์บ้านจะเผยให้เห็นโครงสร้าง และความเรียบง่าย ขององค์ประกอบต่างๆ มีการใช้กระจกบานใหญ่ สำหรับทำหน้าต่าง ประตู ทำให้พื้นที่โดยรวมดูโปร่ง โล่ง ส่วนโทนสีจะเน้นไปในโทนเรียบง่าย สบายตา ไม่ว่าจะเป็นสีขาว สีดำ หรือสีเทา มีการตกแต่งภายในด้วยเฟอร์นิเจอร์เก๋ๆ ทำให้ภาพของบ้านโดยรวมดูดีมีสไตล์ เรียบเท่ แฝงไปด้วยรายละเอียดที่น่าสนใจ

2. Classic Style แบบบ้านหรูหราด้วยงานสถาปัตยกรรมที่ยิ่งใหญ่

แบบบ้านสไตล์คลาสสิก ที่เน้นความหรูหราของการออกแบบ โดยได้รับอิทธิพลมาจากสถาปัตยกรรมของประเทศฝั่งตะวันตกซึ่งอาศัยฝีมือช่างชั้นสูงในการสร้างสรรค์ให้ตัวบ้านมีความสง่างาม อลังการ และประณีตงดงาม นิยมใช้เส้นสายโค้ง (Arch) เสาโรมัน รวมถึงองค์ประกอบตกแต่งซึ่งแสดงถึงความหรูหรามีฐานะ ภายในบ้านเน้นการตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ชั้นดี เน้นงานปูนปั้น และประติมากรรมลอยตัวสไตล์ยุโรปเป็นส่วนประกอบ แบบบ้านสไตล์คลาสสิก ได้รับอิทธิพลมาจากประเทศฝั่งตะวันตก เป็นสไตล์ที่มีความงดงามหรูหรา เน้นความสง่างามของรูปทรง นิยมใช้เส้นสายโค้ง (Arch) เสาโรมัน รวมถึงองค์ประกอบตกแต่งซึ่งแสดงถึงความหรูหรามีฐานะ อย่าง งานปูนปั้น ประติมากรรมลอยตัวสไตล์ยุโรปที่ถูกปั้นแต่งขัดเกลาอย่างประณีต เช่น รูปปั้นเด็กกรีก ม้า บ่อน้ำพุ และการจัดแลนด์สเคปที่เป็นระเบียบสวยงาม เข้ากับโทนสีหลักเช่น สีขาว สีดำ สีครีม สีเงิน สีน้ำตาล และสีทอง

3. Contemporary Style แบบบ้านร่วมสมัย ผสานอดีตกับปัจจุบันอย่างลงตัว

แบบบ้านดีไซน์ร่วมสมัย เป็นการออกแบบบ้านตามสมัยนิยม ที่มีการผสมผสานองค์ประกอบของบ้านในอดีต เข้ากับความทันสมัยของยุคปัจจุบัน ไม่เรียบง่าย หรือแปลกแหวกแนวมากจนเกินไป ทำให้บ้านมีความเรียบแต่มีลูกเล่น มีรายละเอียดที่แตกต่าง แต่โดยรวมแล้วดูลงตัวทั้งความประณีต และฟังก์ชันการใช้งานในพื้นที่ต่างๆ ส่วนโทนสีที่นิยมใช้สำหรับบ้านสไตล์ Contemporary นี้ จะเน้นที่โทนสีขาว สีครีม สีน้ำตาล และสีเทา มีการผสมผสานระหว่างวัสดุสมัยใหม่ และวัสดุสมัยเก่าอย่างลงตัว เช่น ไม้ หรือวัสดุทดแทนไม้ หิน หรือหินสังเคราะห์ ทำให้บรรยากาศของบ้านน่าอยู่ อบอวลด้วยความอบอุ่น เป็นกันเอง

4. Colonial Style แบบบ้านสไตล์โคโรเนียล ชวนหลงใหลด้วยกลิ่นอายอดีต

แบบบ้านที่เน้นศิลปะการออกแบบ และตกแต่งที่มีอิทธิพลจากตะวันตกในยุคล่าอาณานิคม โดยมีการผสมผสานความเป็นตะวันตกเข้ากับรูปแบบท้องถิ่น นิยมตกแต่งด้วยไม้ วัสดุทดแทนไม้ หรือบอร์ดฉลุลาย บ้านโคโรเนียลมีการลดทอนรายละเอียดที่มีความหรูหราลงเพื่อประยุกต์ให้เข้ากับแบบของท้องถิ่นในแต่ละประเทศ ทำให้แบบบ้านสไตล์โคโรเนียลของแต่ละพื้นที่ไม่เหมือนกัน เพราะรูปแบบการก่อสร้างของช่างฝีมือประจำถิ่นไม่เหมือนกัน

จุดเด่นของบ้านสไตล์นี้คือแนวระเบียงกว้างขวาง มีเสารองรับชายคาเรียงต่อกันลงตัว ส่วนโทนสีที่ใช้จะเน้นสีพาสเทล เช่น สีขาว สีครีมงาช้าง สีชมพูอ่อน สีเขียวอ่อน สีฟ้าอ่อน เพิ่มรายละเอียดอันอ่อนช้อย เช่น การประดับตกแต่งด้วยปูนปั้น ลวดลายไม้ฉลุ ประตูหน้าต่างที่มีการตกแต่งด้วยบัวปูนปั้นโดยรอบกรอบ สไตล์นี้เหมาะสำหรับคนที่ชื่นชอบความอบอุ่นอ่อนหวาน และบรรยากาศที่มีกลิ่นอายของอดีต

5. Thai Oriental Style แบบบ้านสไตล์ไทยประยุกต์ สะท้อนวิถีไทยเข้ากับยุคสมัยใหม่

แบบบ้านที่สะท้อนวิถีชีวิต ศิลปะวัฒนธรรมไทยดั้งเดิม ในแต่ละท้องถิ่น มาผสมผสานเข้ากับความทันสมัยในปัจจุบันอย่างลงตัว โดยนิยมใช้หลังคาทรงจั่ว หรือทรงปั้นหยา ตัวบ้านอาจเป็นปูนทั้งหลัง หรือมีการใช้ผนังก่ออิฐฉาบปูนเฉพาะชั้นล่างร่วมกับการใช้ไม้ หรือวัสดุทดแทนไม้ ตัวบ้านเน้นเปิดพื้นที่ให้ดูโล่ง หรือมีประตูหน้าต่างบานใหญ่ เพื่อให้อากาศถ่ายเทสะดวก มีลานนั่งเล่นกว้างๆ ให้สมาชิกสามารถใช้ทำกิจกรรมร่วมกันได้ การก่อสร้างบ้านสไตล์นี้นิยมใช้วัสดุธรรมชาติ วัสดุจากท้องถิ่น หรือวัสดุทดแทนธรรมชาติ เช่น ไม้ กระเบื้องดินเผา และสีโทนเนเชอรัลที่ดูเป็นธรรมชาติ คงไว้ซึ่งศิลปะความงาม และกลิ่นอายในแบบไทยๆ

6. Natural Style แบบบ้านในวิถีที่กลมกลืนกับธรรมชาติ

บ้านสไตล์เนเชอรัล หรือ บ้านสไตล์ธรรมชาติ มีเอกลักษณ์ของแบบบ้าน ที่เน้นการสร้างบรรยากาศของการอยู่อาศัย ให้กลมกลืนกับธรรมชาติ เน้นสร้างอยู่ท่ามกลางป่าเขา หรือริมทะเล และแต่งแต้มพื้นที่ด้วยดอกไม้ พรรณไม้ต่างๆ วัสดุสร้างบ้านส่วนใหญ่มาจากธรรมชาติ เช่น ไม้ หิน เปลือกหอย หรือวัสดุเลียบแบบธรรมชาติ เช่น ไม้เทียม ไม้สังเคราะห์ กระเบื้องลายไม้ กระเบื้องลายหิน ฯลฯ พร้อมออกแบบให้มีหน้าต่างบานใหญ่ เพื่อรับสายลม แดงแดด และเสียงธรรมชาติ เพื่อให้ความรู้สึกผ่อนคลายท่ามกลางธรรมชาติ

บ้านสไตล์ต่างๆ ที่นำเสนอนั้น เป็นเพียงสไตล์บ้านที่คนไทยส่วนใหญ่นิยมเท่านั้น ยังอีกหลายรูปแบบที่คนไทย หรือในต่างประเทศมี และนิยมใช้


พบกับความรู้เรื่องบ้าน การก่อสร้าง ได้จาก www.construction-phuket.com