ปัญหาในการต่อเติมบ้าน ที่อาจจะได้พบในระหว่างการต่อเติมหรือ ภายหลัง

การต่อเติมบ้าน เป็นหนึ่งในความต้องการของเจ้าของบ้าน ที่ต้องการใช้พื้นในบ้านให้คุ้มค่าและเป็นสัดส่วนมากขึ้น ส่วนใหญ่แล้วมักต่อเติมหลังบ้านเป็นครัวไทย หรือมุกซักรีด ซึ่งหลังการต่อเติมมักพบปัญหา ผนังแตกร้าว รั่วซึม จนบานปลายถึงขั้นทรุดตัว ปัญหาในการต่อเติมบ้าน ต่างๆเหล่านี้ สามารถแก้ไข และป้องกันได้ กับข้อควรรู้ก่อน ต่อเติมบ้าน

ปัญหาในการต่อเติมบ้าน ที่อาจเกิดขึ้น

โครงสร้าง

ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า “บ้านทุกหลัง หรือทุกอาคารมีการทรุดตัว” ไม่ว่าจะตอก เจาะ เสาเข็มหรือไม่ ก็ตาม ขึ้นอยู่กับว่าจะมาก หรือน้อย แตกต่างกันเมื่อรู้แบบนี้แล้ว ก็ต้องเข้าใจว่า “การต่อเติมบ้าน” โครงสร้างใหม่ เข้าไปกับโครงสร้างบ้านเดิม ย่อมมีการ “แยก” ออกจากกัน โดยเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากโครงสร้างบ้านเดิม อยู่บนเสาเข็มที่ตอกไปแล้ว อาจมีการทรุดบ้าง แต่น้อย เช่น 1 เซนติเมตรต่อ 2 ปีแต่ส่วนต่อเติมบ้าน เช่น ครัวหลังบ้าน ไม่ได้ตอกเข็ม อาจทรุดลงปีละ 3 เซนติเมตร ทำให้เกิดรอยแตกร้าว เป็นต้นสิ่งที่เราพอจะทำได้คือ ป้องกัน/แก้ไข ไม่ให้รอยร้าวนั้น น่าเกลียด ตกแต่งเพื่อความสวยงาม

ผู้รับเหมา/ผู้รับจ้าง

สัญญาว่าจ้างก่อสร้าง ต่อเติมบ้านที่ดีนั้น เอกสารต้องเป็นไปตามที่ตกลงกันของทั้งผู้รับจ้าง และเจ้าของบ้าน เพื่อเป็นการกำหนดข้อตกลงต่าง โดยควรมีรายละเอียดเบื้องต้นดังนี้

  • สัญญาควรระบุว่าผู้รับจ้างเป็นใคร ควรมีเอกสารของบริษัท หรือสำเนาบัตรประชาชนประกอบ เพื่อระบุตัวตนให้ชัดเจน
  • ผู้ว่าจ้างมีจุดประสงค์อย่างไร หมายความว่าให้ทำอะไร ที่ไหน วงเงินเท่าไร รวมถึงระยะเวลาการก่อสร้างนานเท่าไร ซึ่งควรระบุเป็นวันที่ชัดเจน เป็นต้น
  • กำหนดการจ่ายเงินเป็นงวดๆ และกำหนดค่าปรับถ้างานล่าช้ากว่ากำหนด โดยทั่วไปแล้วมักคิดหน่วยเป็นวัน รวมถึงควรระบุงานเพิ่ม-ลด และค่าใช้จ่ายต่างๆที่ผู้รับจ้า (ผู้รับเหมา) ต้องรับผิดชอบ

กฎหมาย

ข้อจำกัดในการ ต่อเติมหลังบ้าน ที่ทุกบ้านควรรู้คือ การเว้นระยะห่างระหว่างอาคารที่ก่อสร้างกับแนวเขตพื้นที่ดินข้างเคียง เพื่อป้องกันความปลอดภัย และง่ายต่อการซ่อมแซม ซึ่ง จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

วิธีป้องกัน ปัญหาในการต่อเติมบ้าน ที่อาจได้พบ

ตรวจสอบโครงสร้างเดิมของบ้านก่อนการต่อเติม

ปัญหาการต่อเติมบ้าน ส่วนใหญ่มักเกิดจากการที่เจ้าของบ้านมองข้ามในการตรวจเช็คโครงสร้างตัวบ้าน และพื้นที่ดินโดยรอบตัวบ้าน โดยเฉพาะโครงการบ้านจัดสรร ที่ก่อสร้างเสร็จไว บางครั้งตัวบ้านถูกสร้างบนที่ดินที่อาจเคยเป็นแหล่งน้ำ เมื่ออาศัยอยู่ได้สักระยะ พื้นดินจะเกิดการทรุดตัว เพราะการถมที่ดินใช้ระยะเวลาสั้น เมื่อมีการต่อเติมบ้านในภายหลัง อาจส่งผลให้เกิดการทรุดตัวจากธรรมชาติเกิดขึ้นได้

ควรแยกโครงสร้างใหม่ ออกจากโครงสร้างเดิม

เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการแยกตัวระหว่างตัวโครงสร้างบ้านเดิม กับส่วนต่อเติม เนื่องจากการต่อเติมบ้าน มักใช้เสาเข็มที่มีขนาดเล็กกว่า ตัวบ้าน เนื่องจากปัจจัยในการเข้าถึงพื้นที่ ที่ไม่สามารถนำปั่นจั่นเข้าไปยังพื้นที่ได้ จึงส่งผลให้โครงสร้างเดิม และส่วนต่อเติมเกิดการทรุดตัวที่แตกต่างกันได้ เพราะขนาดของเสาเข็มแตกต่างกัน อีกทั้งการเดินระบบยังง่ายไม่กระทบกับตัวบ้านเดิมอีกด้วยครับ

คำนวณการรับน้ำหนักของโครงสร้างบ้านหรืออาคารให้เหมาะสม

เจ้าของบ้านต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับการรับน้ำหนักของโครงสร้างบ้าน โดยเฉพาะคานที่มีอยู่เดิม บางครั้งไม่ได้ออกแบบมาเพื่อรองรับน้ำหนักสำหรับก่อกำแพงอิฐ และฉาบปูน แต่เป็นคานสำหรับรับน้ำหนักของพื้น ประกอบกับ ไม่ควรเชื่อมคานยื่นออกไปจากคานเดิม แต่ควรสร้างคานใหม่เพื่อรองรับพื้น เพื่อป้องกันไม่ให้โครงสร้างบ้านเดิมเกิดความเสียหาย เมื่อส่วน ต่อเติมเกิดการทรุดตัว

ศึกษาเรื่องกฎหมาย หรือ พรบ. ควบคุมอาคาร

ข้อจำกัดในการ ต่อเติมหลังบ้าน ที่ทุกบ้านควรรู้คือ การเว้นระยะห่างระหว่างอาคารที่ก่อสร้างกับแนวเขตพื้นที่ดินข้างเคียง เพื่อป้องกันความปลอดภัย ง่ายต่อการซ่อมแซม

โดยมีช่องเปิด หรือหน้าต่าง จำเป็นต้องเว้นระยะห่างจากแนวเขตที่ดินข้างเคียง 2 เมตร แต่หากเป็นผนังทึบ ต้องเว้นระยะ 0.50 เมตร แต่บางครั้งเรามักเห็น ข้างบ้านต่อเติมติดรั้ว ก็อาจเป็นเพราะได้รับความยินยอมจากเจ้าของบ้านข้างเคียงเป็นลายลักษณ์อักษร จึงสามารถสร้างได้ตามข้อตกลง


พบกับความรู้เรื่องบ้าน การก่อสร้าง ได้จาก www.construction-phuket.com