บ้านสำเร็จรูป บ้านสำเร็จรูปแบบต่างๆ ระบบการสร้างสำเร็จรูป

ทำความเข้าใจ บ้านสำเร็จรูป ในแบบต่างๆ สำหรับผู้ที่ต้องการสร้างบ้านใหม่ จำเป็นต้องพิจารณาถึงบ้านลักษณะ ไม่ว่าจะสร้างเองหรือโครงการ แต่ทุกแบบก็ต้องพิจารณา ถึงวิธีในการสร้างบ้านหรืออาคาร ไม่ว่าจะเริ่มสร้างเองตั้งแต่ต้น หรือแบบสำเร็จรูปมาประกอบที่หน้างาน จนถึงขั้นยกแบบสำเร็จรูปมาตั้งเลย

ด้วยขั้นตอนการสร้างที่มีทั้งสร้างเองและสำเร็จรูป วันนี้ทางเราจึงได้พาทุกคนมารู้จักกับ หนึ่งในรูปแบบการสร้างบ้านหรืออาคารที่กำลังเป็นที่นิยม เพราะสามารถช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการก่อสร้าง และช่วยประหยัดเวลา พร้อมพื้นที่ๆใช้ในการก่อสร้างบ้าน หรืออาคารต่างๆ นั้นก็คือ บ้านสำเร็จรูป หรือที่คนไทยรู้จักกันในชื่อ บ้านน็อคดาวน์ แต่บ้านสำเร็จรูปนั้นก็มีแบ่งออกมาได้อีกหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็น

  • ระบบคอนกรีตสำเร็จรูป ( Precast Concrete Building Systems )
  • ระบบน็อคดาวน์ ( Knock Down Systems )
  • ระบบโมดูลาร์ ( Modular Systems )

 บ้านสำเร็จรูป ระบบคอนกรีตสำเร็จรูป ( Precast Concrete Building Systems )

ระบบคอนกรีตสำเร็จรูป จะเป็นลักษณะการ นำชิ้นส่วนแต่ละชิ้นมาประกอบไม่ว่าจะเป็น เสา พื้น ผนัง โดยนำชิ้นส่วนทั้งหมด มาประกอบรวมกันที่หน้างาน โดยที่ผนังที่หล่อมาจะมีการเดินท่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ไฟฟ้า ประปา หรือการบุฉนวนกันความร้อนต่างๆ ซึ้งระบบการสร้างนี้ก็จะแบ่ง ออกมาได้อีก2แบบคือ การหล่อบนพื้นที่ก่อสร้าง(Site Cast Units) หรือ การหล่อจากโรงงาน( Plant Cast Units) โดยมากบ้านลักษณะนี้จะพบมากในโครงการหมู่บ้านต่างๆที่ มีการสร้างบ้านในลักษณะเดียวกันเป็นจำนวนมากเพราะสามารถออกแบบครั้งเดียวแล้วสามารถ ผลิตเพื่อใช้ในนำนวนที่มากได้ ทำให้โครงการและหมู่บ้านต่างๆนิยมใช้บ้านสำเร็จรูปลักษณะนี้

การหล่อบนพื้นที่ก่อสร้าง(Site Cast Units)

โดยการหล่อบนพื้นที่ก่อสร้างนั้น จะขึ้นอยู่กับหน้างาน ซึ้งอาจจะทำให้สามารถ หล่อคอนกรีตในขนาดใหญ่มากกว่า ที่จะสามารถขนส่งจากภายนอกได้ แต่การหล่อที่หน้างานนั้น ก็จะมีผลกระทบ จากสภาพอากาศ ที่จะมีผลต่อโครงสร้างของคอนกรีตที่หล่อ และการหล่อคอนกรีตแต่ละครั้ง ก็จะต้องมีวิศวกร ในการคำนวนณค่าต่างๆ เพื่อที่จะไม่ให้เกิดความเสียหาย ระหว่างการประกอบ บ้านลักษณะนี้จึงใช้เวลาในการสร้างนานการบ้านสำเร็จรูปแบบอื่นๆ และใช้พื้นที่ในการก่อสร้างมากกว่าแบบอื่นๆ เพราะจำเป็นต้องมีพื่นที่ สำหรับการหล่อคอนกรีต ส่วนต่างๆ แต่ถ้าพื้นที่จำกัดก็อาจทำให้การก่อสร้างล่าช้า ไม่เป็นไปตามกำหนดเวลาได้

การหล่อจากโรงงาน( Plant Cast Units)

การหล่อจากโรงงานนั้น จะมีขนาดที่เล็กกว่าเนื่องจากติดปัญหาเรื่องการขนส่ง แต่แลกมาด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่า ระยะเวลาที่สั้นกว่า รวมถึงความเข็งแรงทนทานที่มากกว่า ซึ่งมาจากกระบวนการผลิต ที่มีการควบคุม ไม่ว่าจะเป็นอุณภูมิ เครื่องมือที่ใช้ และการทำในจำนวนที่มาก ทำให้ขนาดของคอนกรีตจากโงงาน จึงมีขนาดที่เป็นมาตราฐาน และทำให้บ้านสำเร็จรูป ลักษณะจึงมีขนาดที่ไม่ใหญ่มาก แต่ก็สามารถ สร้างในขนาดที่ใหญ่ได้ แต่มักจะเป็นลักษณะของตึกสูงมากกว่า ที่จะเป็นบ้านหรู ด้วยการผลิตชิ้นส่วนลักษณะเดียวกันในบริมาณที่มากทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่า

 บ้านสำเร็จรูป ระบบน็อคดาวน์ (Knock Down Systems)

บ้านระบบน็อคดาวน์ มักจะเห็นกันในขนาดที่เล็กซะเป็นส่วนใหญ่ ซึงจะใช้การประกอบชิ้นส่วนในหน้างาน หลายๆชิ้นประกอบรวมกัน หรือเป็นชิ้นงานเดียวสำเร็จ แล้วเคลื่อนย้ายมาวาง มีทั้งโครงสร้างไม้ โครงสร้างคอนกรีต หรือโครงสร้างเหล็ก แต่จะเห็นได้ส่วนมากจากตู้คอนเทนเนอร์ แค่เพียงตู้เดียว ก็สามารถเป็นบ้านขนาดเล็กได้หนึ่งหลัง หรือนำตู้หลายๆตู้มาประกอบเข้าด้วยกัน จนมีขนาดที่ใหญ่ ตั้งแต่บ้านหลังเล็ก ไปจนถึงโรงแรมขนาดหลายร้อยห้องได้เลย ด้วยลักษณะการทำงารที่รวดเร็วนี้ มาจากการก่อสร้างภายในโรงงาน และขนส่งสู่หน้างาน แล้วประกอบด้วยการขันน็อต แต่ก็สามารถเชื่อมเพื่อให้โครงสร้างมีความแข็งแรง และทนทานได้มากขึ้น ดังนั้นการสร้างด้วยระบบนี้จำทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากที่สุด และมีระยะเวลาในการทำงานที่สั้นที่สุดไปด้วย บ้านสำเร็จรูปลัษณะนี้มักจะพบเห็นได้มากใน บังกะโลหรือรีสอร์ท ที่แน้นรวดเร็ว และประหยัด

 บ้านสำเร็จรูป ระบบโมดูลาร์ (Modular Systems)

เป็นระบบที่ได้รับการพัฒนามาจากระบบคอนกรีตสำเร็จรูป ( Precast Concrete Building Systems ) และระบบน็อคดาวน์ ( Knock Down Systems ) โดยมีการสร้างชิ้นส่วนต่างๆ ออกมาจากโรงงาน ภายใต้การควบคุมคุณภาพของโรงงาน ทำให้ระบบนี้สามารถสร้างบ้านระดับหรู ด้วยเวลาที่สั้นลงถึงครึ่งหนึ่ง แม้การก่อสร้างขนาดใหญ่ จะถูกจำกัดด้วยขั้นตอนการขนส่ง แต่การสร้างบ้านด้วยระบบนี้ ก็สามารถแยกโครงสร้างบ้าน ออกมาเป็นโมดูลขนาดที่เล็กลง เพื่อให้สะดวกในการขนส่ง และนำมาประกอบกันในลักษณะน็อคดาวน์ ด้วยการขันน็อต หรือการเชื่อมติดทำให้บ้านลักษณะนี้สามารถ มีขนาดที่ใหญ่ โดยบ้านลักษณะนี้มักจะพบเห็นได้มากในบ้านหรูราคาแพงตามโครงการต่างๆ เพราะสามารถออกแบบได้หลากหลาย นำโมดูลแต่ละแบบมารวมไว้ด้วยกันได้ตามแบบที่ได้วางเอาไว้

ข้อดีและข้อเสียของบ้านสำเร็จรูป

ข้อดีของบ้านสำเร็จรูป

  • ระยะเวลาก่อสร้างที่รวดเร็ว เฉพาะเวลาในการประกอบที่หน้างาน ไม่รวมขั้นตอนในการผลิตชิ้นส่วน และขนส่ง
  • ลดภาระเรื่องการออกแบบ คุณสามารถเลือกรูปแบบบ้าน ได้จากผู้ผลิต ซึ่งได้มีการออกแบบไว้ล่วงหน้า อย่างหลากหลาย
  • งบประมาณที่ควบคุมได้ ไม่บานปลาย เป็นไปตามเงื่อนไข หรือข้อตกลงที่ได้ทำไว้กับผู้ผลิต
  • ระบบต่างๆ ที่ติดตั้งมาให้ ไม่จะเป็นไฟฟ้า ประปา สามารถเก็บงาน และใช้งานได้อย่างรวดเร็ว

ข้อเสียของบ้านสำเร็จรูป

  • ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงวัสดุได้ เนื่องจากทางผู้ผลิต ได้ทำการออกแบบไว้แล้ว จำเป็นไปตามเงื่อนไขของผู้ผลิต
  • เนื่องจากการขนส่ง และขนาดของโรงงาน ในการสร้างบ้านขนาดใหญ่ จำเป็นต้องให้ชิ้นส่วนขนาดเล็กหลายชิ้นแทน การหล่อขึ้นรูปชิ้นใหญ่เพียงชิ้นเดียว
  • การต่อเติมทำได้ยาก เนื่องจากโครงสร้างได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะ ให้มีขนาดพอดีกับแบบที่ได้วางเอาไว้
  • แบบ้านที่จำกัด ถึงจะออกแบบมาให้มากขนาดไหน แต่ก็ไม่สามารถต้องสนองความต้องการของผู้สร้างบ้านได้ทุกท่าน

พบกับความรู้เรื่องบ้านได้จาก www.construction-phuket.com